คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2602/2548
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่ความยังไม่ได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือเป็นพฤติการณ์พิเศษที่ศาลอาจขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้ได้
ย่อคำพิพากษา
สำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นสิ่งจำเป็นที่จะใช้ในการเรียงอุทธรณ์เพราะผู้เรียงอุทธรณ์จะต้องตรวจดูข้อความในคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพื่อหาข้อโต้แย้งทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นวินิจฉัย มิฉะนั้นอาจไม่เป็นคำฟ้องอุทธรณ์ตามกฎหมาย ดังนั้น การที่โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงถือเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ ศาลชอบที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 358, 362, 365 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า แม้คำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของโจทก์จะอ้างเหตุที่ไม่ยื่นอุทธรณ์ได้ทันภายในกำหนดไว้แต่เพียงว่า โจทก์ยังไม่ได้เอกสารจากสำนวนเพื่อประกอบการเขียนอุทธรณ์โดยมิได้บรรยายว่าเป็นเอกสารอะไร รวมทั้งสาเหตุแห่งความล่าช้าที่ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าวมาก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงร่างคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ได้อ่านให้คู่ความฟังในวันนัดฟังคำพิพากษาซึ่งรวมติดอยู่ในสำนวน ยังมีรายการไม่ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 บังคับไว้ แสดงว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ได้อ่านในวันนัดนั้นยังไม่เสร็จสมบูรณ์และต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเจ้าหน้าที่ของศาลชั้นต้นจึงจะคัดสำเนาคำพิพากษาให้โจทก์ได้ การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอยายระยะเวลาอุทธรณ์ในวันสุดท้ายของระยะเวลาอุทธรณ์โดยอ้างเหตุดังกล่าวข้างต้นพอเข้าใจได้ว่าเอกสารจากสำนวนที่ยังไม่ได้รับคือสำเนาคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ซึ่งขณะที่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์นั้นยังพิมพ์ไม่แล้วเสร็จ อันเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือการบังคับของโจทก์ สำเนาคำพิพากษาเป็นสิ่งจำเป็นในการเรียงอุทธรณ์จะต้องตรวจดูข้อความในคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพื่อหาข้อโต้แย้งทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นวินิจฉัย มิฉะนั้นอาจไม่เป็นคำฟ้องอุทธรณ์ตามกฎหมาย ดังนั้น การที่โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงถือเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ ศาลชอบที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษากลับ อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แก่โจทก์ 15 วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์ฟัง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2602/2548
นายพิรุณ สุพรบวร โจทก์
นายประสิทธิ์ ทะกูต กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายพิรุณ สุพรบวร · จำเลย - นายประสิทธิ์ ทะกูต กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย จึงประเสริฐ · พีรพล จันทร์สว่าง · บุญรอด ตันประเสริฐ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา