⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2608/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2608/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับซื้อทรัพย์สินที่รู้ว่าได้มาจากการกระทำความผิดฐานยักยอก ถือเป็นความผิดฐานรับของโจร แม้ฟ้องโจทก์จะบรรยายความผิดฐานลักทรัพย์ แต่หากข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการพิจารณาเป็นการกระทำความผิดฐานยักยอก ศาลสามารถลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรได้ หากจำเลยไม่หลงต่อสู้และไม่เกินคำขอ

ย่อคำพิพากษา

แม้ขณะที่ ก. กับ จ. เอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจะไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์เนื่องจากได้รับความยินยอมจากผู้เสียหาย แต่ ก. กับ จ. มีหน้าที่ต้องนำรถจักรยานยนต์มาคืนผู้เสียหาย การที่ ก. กับ จ. ไม่นำมาคืน ผู้เสียหาย กลับนำไปขายให้แก่จำเลยทั้งที่ไม่ใช่ของตน ถือได้ว่า ก. กับ จ. มีเจตนาเบียดบังเอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายโดยทุจริตอันเป็นความผิดฐานยักยอก เมื่อจำเลยรับซื้อไว้ในราคาเพียง 800 บาท ต่ำกว่าราคาแท้จริง 7,000 บาท มาก โดยไม่ประสงค์ตรวจสอบเสียก่อนว่าคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมีชื่อ ก. กับ จ. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือไม่ ย่อมเป็นการผิดวิสัยของบุคคลโดยทั่วไป เชื่อว่าจำเลยรับซื้อไว้โดยรู้อยู่แล้วว่ารถจักรยานยนต์ที่ ก. กับ จ. นำมาขายได้มาจากการกระทำความผิดอาญาฐานยักยอก ดังนั้น ไม่ว่าการที่ ก. กับ จ. ได้รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมาจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอก การกระทำของจำเลยถือว่าครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจร ตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก แล้ว แม้ฟ้องโจทก์จะบรรยายเพียงว่า จำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ โดยมิได้บรรยายถึงความผิดฐานยักยอกด้วย แต่ข้อเท็จจริงได้ความจากทางพิจารณาว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานยักยอกแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ก็มิใช่ข้อสาระสำคัญ ทั้งจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ และไม่ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลจึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรตามข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง และวรรคสามได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 357 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยซื้อรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจากนายจรูญหรือดุ่ยและนายกิตติศักดิ์หรือต้นในราคา 800 บาท แล้วขับไปเกิดอุบัติเหตุล้มที่หมู่บ้านห้วยผาก ตำบลหนองปรือ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี แม้ขณะที่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยเอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจะไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์เนื่องจากได้รับความยินยอมจากผู้เสียหาย แต่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยมีหน้าที่ต้องนำรถจักรยานยนต์มาคืนผู้เสียหาย การที่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยไม่นำไปคืนผู้เสียหาย กลับนำไปขายทั้งที่ไม่ใช่รถจักรยานยนต์ของตน พฤติการณ์ถือได้ว่านายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยมีเจตนาเบียดบังเอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายโดยทุจริตอันเป็นความผิดฐานยักยอก เมื่อจำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไว้ในราคาต่ำเพียง 800 บาท จากราคาจริง 7,000 บาท โดยไม่ประสงค์ตรวจสอบเสียก่อนว่าคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์มีชื่อนายกิตติศักดิ์หรือต้นและนายจรูญหรือดุ่ยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือไม่ อันเป็นการผิดวิสัยของบุคคลโดยทั่วไป มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่ารถจักรยานยนต์ที่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยนำมาขายได้มาจากการกระทำความผิดอาญาฐานยักยอก ดังนั้น ไม่ว่าการที่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยได้รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมาจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอก การกระทำของจำเลยก็ถือว่าครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจรตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก แล้ว แม้ฟ้องโจทก์จะบรรยายเพียงว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ โดยมิได้บรรยายถึงความผิดฐานยักยอกด้วย และข้อเท็จจริงที่ได้ความจากทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ก็มิใช่ข้อสาระสำคัญทั้งจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ และไม่ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลจึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก ตามข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการพิจารณาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสองและวรรคสาม พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2608/2548 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ นายกิตติศักดิ์ มาตเอี่ยม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี · จำเลย - นายกิตติศักดิ์ มาตเอี่ยม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรพล เอกโยคยะ · ชวลิต ตุลยสิงห์ · เกษม วีรวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายสันต์ ศรีอันประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายธงชัย เสนามนตรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 824/2535ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา