⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2672/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2672/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การและขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ถือเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาที่ต้องวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมแทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาด้วย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ขออนุญาตยื่นคำให้การและขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมและพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลยและให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมแล้วสืบพยานต่อไปนั้น อุทธรณ์ของจำเลยเท่ากับเป็นการขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่ต่อไป จำเลยจึงต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 ด้วย ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยโดยจำเลยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลเป็นการไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันนายฉัตรชัย ศีลประเสริฐ ซึ่งทำสัญญายอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์แล้วผิดนัดชำระหนี้ เจ้าพนักงานศาลนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งให้จำเลยโดยวิธีปิดหมายที่บ้านเลขที่ 1213/197 ซอยลาดพร้าว 94 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย โดยจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 1213/179 ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้โจทก์จัดทำสำเนาคำฟ้องอีก 1 ชุด เพื่อส่งให้จำเลยใหม่ แต่โจทก์ยังไม่ได้ดำเนินการ ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2544 อันเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งศาลชั้นต้นนัดไว้ล่วงหน้า จำเลยมาศาล แถลงว่าเหตุที่ทราบนัดเนื่องจากเจ้าของบ้านเลขที่ 1213/197 นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องมามอบให้จำเลยก่อนวันนัด 1 วัน จำเลยไม่ประสงค์ที่จะยื่นคำให้การต่อสู้คดี โดยรับว่าเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้องจริง แต่ขอเลื่อนคดีออกไปก่อนเพื่อจะเจรจาผ่อนชำระหนี้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตตามที่จำเลยแถลง นัดต่อมาจำเลยขอเลื่อนคดีอีก ครั้นวันที่ 20 พฤษภาคม 2545 อันเป็นวันนัดที่เลื่อนมา จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การเพื่อต่อสู้คดีและยื่นคำร้องขอให้เรียกนายฉัตรชัยเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยแถลงต่อศาลเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2544 ไว้แล้วว่าไม่ประสงค์จะยื่นคำให้การต่อสู้คดีและรับว่าเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้องจริง จำเลยไม่มีสิทธิขออนุญาตยื่นคำให้การในภายหลังได้อีก เมื่อจำเลยรับว่าเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง จึงไม่จำต้องสืบพยานโจทก์อีกต่อไปและไม่จำต้องพิจารณาคำร้องขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วม จึงมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสองฉบับ แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 534,863 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 424,856 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องทั้งสองฉบับดังกล่าวของจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ขออนุญาตยื่นคำให้การและขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วม การที่จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น (ที่ถูกต้องทำเป็นอุทธรณ์) ขอให้ศาลอุทธรณ์เพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลยและให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมแล้วสืบพยานต่อไปนั้นอุทธรณ์ของจำเลยเท่ากับเป็นการขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่บังคับให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่ต่อไปนั่นเอง จำเลยจึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ด้วย แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้นำเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ อุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยมานั้นจึงไม่ชอบ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247 ถือไม่ได้ว่าฎีกาของจำเลยเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งและยกฎีกาของจำเลยโดยให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2672/2548 บริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสาวประเทือง หรือกรองทอง สารพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นางสาวประเทือง หรือกรองทอง สารพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ปิติสันต์ · สมศักดิ์ เนตรมัย · สุภิญโญ ชยารักษ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4024/2536ฎีกา 3152/2545ฎีกา 4820/2548ฎีกา 9867/2544ฎีกา 1843/2551ฎีกา 432/2503ฎีกา 3251/2534ฎีกา 5590/2548ฎีกา 3589/2525ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 2099/2532ฎีกา 4789/2553ฎีกา 2860/2529ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5768/2534ฎีกา 2981/2545ฎีกา 4802/2548ฎีกา 1049/2526ฎีกา 215/2544ฎีกา 1747/2548ฎีกา 12104/2553ฎีกา 9662/2544ฎีกา 1520/2548ฎีกา 6629/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ