⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2765/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สามีลงชื่อเป็นพยานในสัญญาจ้างก่อสร้างบ้านในที่ดินของตนเอง ถือเป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าสามีรู้เห็นยินยอมและมุ่งผูกพันในสัญญาก่อสร้างนั้นในฐานะลูกหนี้ร่วม แม้ภรรยาจะเป็นผู้ลงนามในสัญญาเพียงผู้เดียวก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เป็นสามีจำเลยที่ 2 ได้ลงชื่อเป็นพยานในสัญญาจ้างก่อสร้างบ้านลงในที่ดินของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 รู้เห็นยินยอมและมุ่งผูกพันในสัญญาก่อสร้างกับโจทก์ในฐานะอย่างลูกหนี้ร่วมกัน แม้จำเลยที่ 2 จะเป็นผู้ลงชื่อคู่สัญญาในสัญญาจ้างผู้เดียวก็ตาม หนี้ค่าก่อสร้างบ้านที่จำเลยทั้งสองมุ่งหมายจะได้อยู่อาศัยต่อไปย่อมผูกพันจำเลยที่ 1 ดังนี้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ร่วมรับผิดตามสัญญาดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.291 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1490

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ทำการก่อสร้างบ้านพักอาศัยลงบนที่ดินของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองบอกเลิกสัญญาโดยมิชอบ จึงต้องรับผิดต่อโจทก์เป็นเงินตามมูลค่างานที่โจทก์ทำไปเป็นเงิน 5,093,992.71 บาท จำเลยทั้งสองได้ชำระให้แก่โจทก์เป็นเงิน 3,579,344.50 บาท จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระอีก 1,514,648.21 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 1,514,648.21 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง และเฉพาะจำเลยที่ 2 ฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 713,810.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยทั้งสอง โจทก์ให้การขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 223,196.20 บาท แก่โจทก์ ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้องโจทก์เสีย กับให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นสามีจำเลยที่ 2 ได้รู้เห็นโดยเป็นพยานลงชื่อในสัญญาจ้างก่อสร้างบ้านลงในที่ดินของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 รู้เห็นยินยอมและมุ่งผูกพันในสัญญาก่อสร้างกับโจทก์ในฐานะอย่างลูกหนี้ร่วมกัน แม้จำเลยที่ 2 จะเป็นผู้ลงชื่อคู่สัญญาในสัญญาจ้างผู้เดียวก็ตาม หนี้ค่าก่อสร้างบ้านที่จำเลยทั้งสองมุ่งหมายจะได้อยู่อาศัยต่อไปย่อมผูกพันจำเลยที่ 1 แม้จะไม่ได้ลงชื่อในสัญญาก็ตาม ดังนี้โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ร่วมรับผิด พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 655,281.65 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2548 นายวุฒิพล สุวรรณธนรัชต์ โจทก์ นายไชยยันต์ พรพงศ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวุฒิพล สุวรรณธนรัชต์ · จำเลย - นายไชยยันต์ พรพงศ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ อรรถบลยุคล · ปัญญา สุทธิบดี · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5531/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 3745/2530ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 158/2509ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ