⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ถือเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาที่จำเลยต้องวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แก่โจทก์มาพร้อมกับการยื่นอุทธรณ์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นและให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ เท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 กรณีมิใช่เรื่องของการมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 18 ที่ศาลจะต้องสั่งให้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อนจึงจะสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดตามสัญญากู้เงิน สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและสัญญาจำนอง จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาคดีฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ 3,657,278.77 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 2,776,775.56 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 มีนาคม 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระหนี้เบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 4,280,507.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยแบบทบต้นของต้นเงินดังกล่าว หากจำเลยไม่ชำระหนี้ทั้งสองจำนวนดังกล่าวให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 40801, 40802 ตำบลมาบตาพุด (ห้วยโป่ง) อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง และที่ดินโฉนดเลขที่ 1740 ตำบลสุไหงโกลก อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ หากยังได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 6 กันยายน 2542 ขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่าจำเลยไม่เคยได้รับหมายเรียก สำเนาคำฟ้อง หมายนัดและคำบังคับของศาล เพราะจำเลยไม่ได้อยู่ที่บ้านที่โจทก์ฟ้องแต่ให้บุคคลอื่นเช่าอยู่ ส่วนจำเลยไปอยู่กับภริยาที่บ้านเลขที่ 122/57 หมู่ที่ 2 ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา หากจำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีย่อมมีทางชนะคดีโจทก์ได้เพราะโจทก์คิดดอกเบี้ยไม่ถูกต้องและการบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย โดยจำเลยมิได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ชอบหรือไม่ เห็นว่า จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นและให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ เท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจึงต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 กรณีมิใช่เรื่องของการมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ซึ่งศาลจะต้องสั่งให้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อนจึงจะสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย โดยไม่ได้สั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลเพิ่ม จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3/2548 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวิโรจน์ ปริธัญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายวิโรจน์ ปริธัญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · วิบูลย์ มีอาสา · ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5882/2541ฎีกา 4024/2536ฎีกา 4820/2548ฎีกา 1843/2551ฎีกา 225/2530ฎีกา 5640/2540ฎีกา 87/2534ฎีกา 959/2544ฎีกา 3589/2525ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 2099/2532ฎีกา 4789/2553ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5768/2534ฎีกา 2981/2545ฎีกา 1049/2526ฎีกา 215/2544ฎีกา 1609/2506ฎีกา 3303/2532ฎีกา 2159/2530ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 7231/2538ฎีกา 12104/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ