⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3933/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3933/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลที่ยังไม่วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้น ไม่เป็นคำสั่งที่อาจอุทธรณ์ได้ในระหว่างพิจารณา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นให้วินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 เนื่องจากจำเลยที่ 3 มิใช่บุคคลหรือนิติบุคคล ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 และให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวไม่เป็นคุณแก่จำเลยผู้ขอ จึงไม่เป็นคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 24 และถือว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวในระหว่างพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.228

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ เพราะเหตุจำเลยทั้งสามร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 มิใช่บุคคลหรือนิติบุคคล โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 ต่อมาจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นให้วินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เนื่องจากจำเลยที่ 3 มิใช่บุคคลหรือนิติบุคคล โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 ขอให้ยกฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 24 ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 และสั่งนัดสืบพยานต่อไป ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นโดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ป.วิ.พ. มาตรา 24 บัญญัติไว้เป็นสาระสำคัญว่า เมื่อคู่ความฝ่ายใดยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นอ้าง ซึ่งถ้าหากได้วินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ฝ่ายนั้นแล้ว จะไม่ต้องมีการพิจารณาคดีต่อไปอีกหรือไม่ต้องพิจารณาประเด็นสำคัญแห่งคดีบางข้อ หรือถึงแม้จะดำเนินการพิจารณาประเด็นข้อสำคัญแห่งคดีไป ก็ไม่ทำให้ได้ความชัดขึ้นอีกแล้ว ก็ให้ศาลมีอำนาจที่จะมีคำสั่งในประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวได้ และคำสั่งใด ๆ ของศาลที่ได้ออกตามมาตรานี้ ให้อุทธรณ์และฎีกาได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 227, 228 และ 247 ดังนั้น ที่จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นให้วินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 3 มิใช่บุคคลหรือนิติบุคคล โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 ขอให้ยกฟ้อง แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่เป็นคุณแก่จำเลย เช่นนี้ จึงไม่ถือว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามนัยแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 24 ดังกล่าว และถือว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่จำเลยทั้งหมด ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3933/2548 นางอำภา รัตนอุไร โจทก์ นายสมพงษ์ ศรีสุขมาก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอำภา รัตนอุไร · จำเลย - นายสมพงษ์ ศรีสุขมาก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรพล เอกโยคยะ · ชวลิต ตุลยสิงห์ · เกษม วีรวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายอดุลศักดิ์ โชติชูช่วง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5049/2547ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2281/2539ฎีกา 1679/2540ฎีกา 225/2530ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1384/2518ฎีกา 789/2544ฎีกา 536/2536ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3589/2525ฎีกา 3202/2559ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 3474/2538ฎีกา 58/2531ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1609/2506ฎีกา 1376/2520ฎีกา 1068/2522ฎีกา 352/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา