⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3975/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3975/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในสาระสำคัญ ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง และไม่อาจพิพากษาให้ริบของกลางได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 โดยการเสนอให้เช่าและให้เช่าวิดีโอเทปภาพยนตร์ซึ่งเป็นงานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 แต่ทางพิจารณาข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า วิดีโอเทปภาพยนตร์ของกลางเป็นวิดีโอเทปภาพยนตร์มีตราเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และมีสติกเกอร์ที่มีตราประทับของเจ้าพนักงานกับข้อความว่า "อนุญาตแล้ว" ปรากฏอยู่ ไม่ใช่วิดีโอเทปภาพยนตร์ที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ตามที่โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้อง เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องและเป็นข้อแตกต่างในสาระสำคัญ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางต้องพิพากษายกฟ้อง การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องจึงเป็นการไม่ชอบ และเมื่อไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้องแล้วก็ย่อมไม่อาจพิพากษาให้ริบของกลาง รวมทั้งให้วิดีโอเทปของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม.26 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.31 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.70 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.75

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4, 8, 15, 31, 61, 66, 70, 75 76 ป.อ. มาตรา 33 สั่งให้วิดีโอเทปภาพยนตร์ของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และริบเอกสารให้เช่าวิดีโอเทปภาพยนตร์ของกลาง กับจ่ายค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 31 (1) ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 เดือน และปรับ 50,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 และ 30 ให้วิดีโอเทปภาพยนตร์ของกลางจำนวน 3 ม้วน ตกเป็นของผู้เสียหายแต่ละคน ริบเอกสารการให้เช่าวิดีโอเทปภาพยนตร์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 75 และให้จ่ายค่าปรับที่ชำระตามคำพิพากษากึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหายทั้งสองส่วนแห่งความเสียหาย ยกฟ้องจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองว่า "...จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของร้านวีดีโอ โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ดำเนินกิจการได้ร่วมกันประกอบธุรกิจการค้าในการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ในตลับเทปบันทึกภาพและเสียง (วีดีโอเทป) เรื่อง "ปล้นรักหักด่านเอฟบีไอ" จำนวน 1 ม้วน เรื่อง "ทหารจิ๋วไฮเทคโตคับโลก" จำนวน 1 ม้วน และเรื่อง "คู่เจรจาฟอกนรก" จำนวน 1 ม้วน ซึ่งเป็นงานที่ผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วออกโฆษณาในร้านของจำเลย รวมทั้งเสนอขาย เสนอให้เช่า ให้เช่าแก่ประชาชนทั่วไปที่เข้ามาในร้านดังกล่าวนั้น ทั้งนี้ จำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่างานดังกล่าวนั้นได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น..." จึงเป็นเรื่องที่โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 โดยการเสนอให้เช่าและให้เช่าวิดีโอเทปภาพยนตร์ซึ่งเป็นงานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 แต่ข้อเท็จจริงตามที่คู่ความนำสืบรับกันฟังเป็นยุติได้ว่า วิดีโอเทปภาพยนตร์ของกลาง เป็นวิดีโอเทปภาพยนตร์มีตราเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และมีสติกเกอร์ที่มีตราประทับของเจ้าพนักงานกับข้อความว่า "อนุญาตแล้ว" ปรากฏอยู่ ไม่ใช่วิดีโอเทปภาพยนตร์ที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ตามที่โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องแต่อย่างใด เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง และเป็นข้อแตกต่างในสาระสำคัญเช่นนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางต้องพิพากษายกฟ้องคดีนี้เสียตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามฟ้อง และพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง จึงเป็นการไม่ชอบ และเมื่อไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 รวมทั้งจำเลยที่ 2 ในความผิดที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้อง ทั้งของกลางมิได้กระทำละเมิดลิขสิทธิ์จึงไม่อาจพิพากษาให้ริบของกลางที่โจทก์อ้างว่าเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และคำขอให้ริบของกลางรวมทั้งคำขอที่ให้ของกลางตกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3975/2548 พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ นางสาวเกศราพร ประยูรหาญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · จำเลย - นางสาวเกศราพร ประยูรหาญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · พรเพชร วิชิตชลชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าร - นายพิธี อุปปาติก · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 22020/2555ฎีกา 9524/2544ฎีกา 5855/2550ฎีกา 6582/2551ฎีกา 1948/2542ฎีกา 7853/2549ฎีกา 2819/2535ฎีกา 8431/2547ฎีกา 809/2568ฎีกา 815/2502ฎีกา 233/2544ฎีกา 905/2500ฎีกา 2805/2543ฎีกา 2730/2532ฎีกา 1149/2551ฎีกา 4976/2556ฎีกา 148/2530ฎีกา 1793/2549ฎีกา 251/2482ฎีกา 996/2518ฎีกา 969/2481ฎีกา 6550/2549ฎีกา 9425/2559ฎีกา 123/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา