⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5782/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5782/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 นั้น ไม่จำต้องเป็นทายาทโดยตรง หากมีส่วนได้เสียในกองมรดกของผู้ตายก็มีสิทธิร้องขอได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 นั้น ไม่จำต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยเป็นทายาทโดยตรง หากมีส่วนได้เสียในกองมรดกของผู้ตายก็มีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกได้ ผู้ร้องเป็นบุตรของ ช. ส่วน ช. เป็นบุตรของผู้ตาย ช. จึงเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตาย เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายทรัพย์มรดกของผู้ตายย่อมตกทอดได้แก่ทายาทของผู้ตายรวมทั้ง ช. เมื่อ ช. ก็ถึงแก่ความตาย สิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายในส่วนที่ตกได้แก่ ช. จึงเป็นมรดกของ ช. ที่ตกได้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทของ ช. ผู้ร้องจึงมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่เป็นมรดกของผู้ตายด้วยถือได้ว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอ ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายชุม ผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอ ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการของนายชุม ผู้ตาย หรือไม่ เห็นว่า ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1713 นั้น ไม่จำต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยเป็นทายาทโดยตรง หากมีส่วนได้เสียในกองมรดกของผู้ตายก็มีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกได้ ข้อเท็จจริงในทางไต่สวนได้ความว่า ผู้ร้องเป็นบุตรของนายชีพ ส่วนนายชีพเป็นบุตรของผู้ตาย นายชีพจึงเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของนายชุม เมื่อนายชุมถึงแก่ความตายทรัพย์มรดกของนายชุมคือที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 274 ย่อมตกทอดได้แก่ทายาทของนายชุมรวมทั้งนายชีพ แต่ทรัพย์มรดกดังกล่าวยังไม่ได้แบ่งปัน นายชีพก็ถึงแก่ความตายเสียก่อน สิทธิในทรัพย์มรดกของนายชุมในส่วนที่ตกได้แก่นายชีพจึงเป็นมรดกของนายชีพที่ตกได้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทของนายชีพ ผู้ร้องจึงมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่เป็นมรดกของนายชุมด้วยตามส่วน ถือได้ว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายชุมได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าการจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง ผู้ร้องมิได้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก จึงเห็นสมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ พิพากษากลับ ให้ตั้งสิบตำรวจเอกพิเชษฐ์ ผู้ร้อง เป็นผู้จัดการมรดกของนายชุม ผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5782/2548 สิบตำรวจเอกพิเชษฐ์ นิลรัตน์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - สิบตำรวจเอกพิเชษฐ์ นิลรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย จุลนิติ์ · มานะ ศุภวิริยกุล · ชาลี ทัพภวิมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายชลอ ยศสมบัติ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 3188/2533ฎีกา 5080/2542ฎีกา 472/2532ฎีกา 4639/2540ฎีกา 6360/2539ฎีกา 9165/2544ฎีกา 453/2521ฎีกา 1368/2534ฎีกา 3299/2533ฎีกา 3643/2542ฎีกา 174/2524ฎีกา 6291/2554ฎีกา 2241/2566ฎีกา 1248/2530ฎีกา 9317/2556ฎีกา 1086/2520ฎีกา 8222/2540ฎีกา 1642-1643/2530ฎีกา 5022/2533ฎีกา 596/2546ฎีกา 1279/2502ฎีกา 419/2541ฎีกา 6192/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา