⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6318/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6318/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ตราสารที่ไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ แต่สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีอาญาได้

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือส่วนของตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานไม่ได้เฉพาะในคดีแพ่งเท่านั้น ส่วนในคดีอาญาไม่ต้องห้ามที่จะนำมารับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ดังนั้น เมื่อจำเลยออกเช็คชำระหนี้เงินกู้ยืมโดยโจทก์มีสัญญากู้ยืมมาแสดง ถือได้ว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายแล้ว เมื่อเช็คดังกล่าวถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจึงครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.118 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2540 จำเลยออกเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาอยุธยา ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2540 สั่งจ่ายเงิน 1,000,000 บาท มอบให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืม อันเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อเช็คถึงกำหนด โจทก์นำไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินว่าเงินในบัญชีไม่พอจ่าย การกระทำของจำเลยเป็นการออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คหรือออกเช็คในขณะที่ไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 จำคุก 3 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า สัญญากู้ยืมซึ่งเป็นมูลหนี้ตามเช็คพิพาทปิดอากรแสตมป์ไม่ครบตามกฎหมาย จึงต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่ง การกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ หนี้สัญญากู้ยืมเงินจึงเป็นหนี้ที่บังคับไม่ได้ตามกฎหมาย การออกเช็คพิพาทของจำเลยจึงขาดองค์ประกอบความผิดนั้น เห็นว่า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือส่วนของตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานไม่ได้เฉพาะในคดีแพ่งเท่านั้น ส่วนในคดีอาญาไม่ต้องห้ามที่จะนำมารับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ดังนั้น เมื่อจำเลยออกเช็คพิพาทชำระหนี้เงินกู้ยืมโจทก์โดยโจทก์มีสัญญากู้ยืมเอกสารหมาย จ.8 มาแสดง ถือได้ว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายแล้ว เมื่อเช็คดังกล่าวถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจึงครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6318/2548 นางดวงพร ศิริพฤกษ์พงษ์ โจทก์ นางพัชรี วรรณสว่างหรือสุขเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางดวงพร ศิริพฤกษ์พงษ์ · จำเลย - นางพัชรี วรรณสว่างหรือสุขเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัส พวงมณี · นินนาท สาครรัตน์ · สถิตย์ ทาวุฒิ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1090/2530ฎีกา 7570/2541ฎีกา 5209/2566ฎีกา 6938/2539ฎีกา 5414/2536ฎีกา 4260/2541ฎีกา 591/2540ฎีกา 2721/2548ฎีกา 199/2537ฎีกา 3490/2548ฎีกา 6581-6582/2556ฎีกา 2423/2550ฎีกา 1483/2538ฎีกา 3694/2553ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2049/2528ฎีกา 991/2548ฎีกา 13/2553ฎีกา 235/2540ฎีกา 1940/2535ฎีกา 85/2540ฎีกา 199/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา