⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8534/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8534/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน เป็นคำสั่งที่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ในระหว่งศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายจับ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำขอเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน เพราะคดีจะต้องพิจารณาต่อไป เนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพียงให้จำหน่ายคดีชั่วคราว ไม่ใช่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญแล้ว ดังนั้นที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้เพิกถอนหมายจับจำเลยที่ 2 จึงเป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.196

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง วันนัดสอบคำให้การจำเลยและสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 2 ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล ศาลชั้นต้นเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยที่ 2 หลบหนี ให้ออกหมายจับจำเลยที่ 2 จำหน่ายคดีชั่วคราว โดยหมายจับลงวันที่ 8 กันยายน 2541 ให้จำเลยที่ 2 ไปส่งศาลภายในกำหนดอายุความ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2541 วันที่ 20 มิถุนายน 2546 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า บัดนี้ครบกำหนด 5 ปี เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2546 พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้วยังไม่ได้ตัวจำเลยที่ 2 มาดำเนินคดี สิทธิดำเนินคดีอาญาย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) ขอให้ไต่สวนคำร้องและหรือมีคำสั่งให้เพิกถอนหมายจับจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อคดีขาดอายุความแล้ว หมายจับที่ออกย่อมไม่อาจใช้ได้อีกต่อไป ทั้งในหมายจับมีเงื่อนเวลาสิ้นสุดระบุอยู่แล้ว เมื่อพ้นเวลาดังกล่าวย่อมไม่อาจดำเนินการตามกฎหมายได้ในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งเพิกถอนอีก เพราะหมายจับนั้นไม่มีผลทางกฎหมายให้ต้องเพิกถอน ไม่จำต้องไต่สวน ยกคำขอ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ในระหว่างศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายจับ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของจำเลยที่ 2 ว่า เมื่อคดีขาดอายุความแล้ว หมายจับที่ออกย่อมไม่อาจใช้ได้อีกต่อไป ทั้งในหมายจับมีเงื่อนเวลาสิ้นสุดระบุอยู่แล้ว เมื่อพ้นเวลาดังกล่าวย่อมไม่อาจดำเนินการตามหมายจับได้ในตัวเอง ไม่จำต้องมีคำสั่งเพิกถอนอีกเพราะหมายจับนั้นไม่มีผลทางกฎหมายให้ต้องเพิกถอน ไม่จำต้องไต่สวน ยกคำขอ จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน เพราะคดีจะต้องพิจารณาต่อไป เนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพียงให้จำหน่ายคดีชั่วคราว ไม่ใช่เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญแล้ว ดังนั้น ที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้เพิกถอนหมายจับจำเลยที่ 2 จึงเป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จึงไม่ชอบ ไม่มีผลให้จำเลยที่ 2 มีสิทธิฎีกา แม้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยที่ 2 มา ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย" พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และยกฎีกาของจำเลยที่ 2. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8534/2548 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อินเตอร์เครดิต โจทก์ แอนด์ ทรัสต์ จำกัด บริษัทโกลเด้น เฟรนชิพ คอร์เพอร์เรชั่น จำกัด จำเลย กับพวก

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อินเตอร์เครดิต · จำเลย - แอนด์ ทรัสต์ จำกัดบริษัทโกลเด้น เฟรนชิพ คอร์เพอร์เรชั่น จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคักดิ์ เนตรมัย · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · สุรศักดิ์ สุวรรณประกร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 888/2490ฎีกา 1730/2517ฎีกา 280/2505ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 409/2481ฎีกา 1666/2506ฎีกา 1262/2504ฎีกา 157/2506ฎีกา 1376/2520ฎีกา 3523/2528ฎีกา 124/2528ฎีกา 2081-2082/2497ฎีกา 572/2518ฎีกา 408/2483ฎีกา 1856/2555ฎีกา 626/2524ฎีกา 2213/2550ฎีกา 9377/2554ฎีกา 391/2532ฎีกา 5985/2550ฎีกา 352/2485ฎีกา 575/2494ฎีกา 86/2481ฎีกา 2756/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา