⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1642/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1642/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ต้องห้ามตามกฎหมาย ถือเป็นที่สุดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 เนื่องจากเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ดังกล่าว เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 4 โดยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามมาตรา 226 (1) และมีคำสั่งยืนตามคำสั่งปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.236

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์คืนจากจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 และจำเลยที่ 10 ที่ 11 โดยในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 4 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ส่งโดยวิธีปิดหมายและสำเนาคำฟ้อง ณ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 4 เจ้าหน้าที่ศาลจึงไปปิดหมายและสำเนาคำฟ้อง ณ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 4 ต่อมาจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวอ้างว่าเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง จำเลยที่ 4 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องกรณีจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การโดยอ้างว่าไม่จงใจขาดนัด และคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องกรณีจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่มิใช่คำสั่งไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรา 18 ซึ่งมิได้ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องหรือเสร็จไปเฉพาะแต่ประเด็นบางข้อตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228 (3) จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวในระหว่างพิจารณาตามมาตรา 226 (1) ที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 4 นั้นชอบแล้ว จึงมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 เนื่องจากเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ดังกล่าว และเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 4 โดยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) และมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 4 ไม่มีสิทธิฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 4 มานั้น เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 4 ไม่ได้เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาจึงไม่พิจารณาสั่งคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 4 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1642/2549 บริษัทงานทวีพี่น้อง จำกัด โจทก์ นายเกียรติชัย งานทวี และนางสกุณี งานทวีในฐานะผู้จัดการมรดกของนายชัยสิน งานทวี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทงานทวีพี่น้อง จำกัด · จำเลย - นายเกียรติชัย งานทวี และนางสกุณี งานทวีในฐานะผู้จัดการมรดกของนายชัยสิน งานทวี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ บุญชัด · มงคล ทับเที่ยง · รัตน กองแก้ว
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6602/2541ฎีกา 432/2503ฎีกา 8277/2551ฎีกา 3190/2530ฎีกา 9276/2542ฎีกา 16/2497ฎีกา 9407/2546ฎีกา 5187/2548ฎีกา 8584/2553ฎีกา 1404/2498ฎีกา 5503/2536ฎีกา 42/2509ฎีกา 4659/2552ฎีกา 10431/2550ฎีกา 432/2542ฎีกา 3666/2540ฎีกา 2197/2548ฎีกา 657-660/2510ฎีกา 628/2532ฎีกา 170/2504ฎีกา 2405/2533ฎีกา 1582/2556ฎีกา 6260/2541ฎีกา 6582/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา