⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2215/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2215/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายนัดโดยวิธีอื่นแทนการส่งโดยวิธีธรรมดาจะทำได้ต่อเมื่อไม่สามารถส่งโดยวิธีธรรมดาได้เท่านั้น หากศาลดำเนินการโดยมิได้พยายามส่งโดยวิธีธรรมดาก่อน การส่งหมายโดยวิธีอื่นนั้นจะตกเป็นโมฆะ และกระบวนพิจารณาที่สืบเนื่องมาก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การส่งหมายให้แก่คู่ความโดยวิธีอื่นแทนการส่งหมายโดยวิธีธรรมดาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 วรรคหนึ่ง นั้น ต้องเป็นกรณีที่ไม่สามารถส่งหมายนัดโดยวิธีธรรมดาดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 74 ถึงมาตรา 78 แล้ว การที่ศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามทราบโดยปิดประกาศไว้ที่หน้าศาลโดยมิได้ส่งหมายนัดให้จำเลยทั้งสามทราบโดยวิธีธรรมดาก่อนจึงเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนของกฎหมาย ขัดต่อ ป.วิ.พ. มาตรา 79 ทำให้การแจ้งวันนัดดังกล่าวไม่ชอบ อันมีผลทำให้กระบวนพิจารณาต่าง ๆ ที่กระทำภายหลังจากนั้นไม่ชอบไปด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์และจำเลยที่ 2 กับที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 169,917.75 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามยื่นคำให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งว่า โจทก์ได้รับรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนในสภาพเรียบร้อย โจทก์เสียค่าใช้จ่ายในการนำรถยนต์กลับไปไม่เกิน 2,000 บาท โจทก์ขายทอดตลาดรถยนต์ที่เช่าซื้อได้เงินจำนวน 145,000 บาท เมื่อรวมกับเงินดาวน์และค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ได้ชำระให้แก่โจทก์แล้วยังมีเงินส่วนที่เหลือที่โจทก์จะต้องคืนให้แก่จำเลยที่ 1 จำนวน 29,425 บาท ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 29,425 บาท แก่จำเลยทั้งสาม โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จนเสร็จและสืบพยานจำเลยทั้งสามได้บางส่วน ในวันนัดสืบพยานจำเลยทั้งสามในนัดต่อไป ฝ่ายจำเลยทั้งสามไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสามที่เหลือ และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 30 ธันวาคม 2542 โดยแจ้งวันนัดให้แก่จำเลยทั้งสามทราบโดยวิธีปิดประกาศไว้ที่หน้าศาล ต่อมาวันที่ 30 ธันวาคม 2542 คู่ความทั้งสองฝ่ายไม่มาศาล ศาลชั้นต้นจึงงดการอ่านคำพิพากษาโดยถือว่าได้อ่านคำพิพากษาโดยชอบแล้ว วันที่ 28 มีนาคม 2543 ทนายจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องว่า การที่ศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามทราบโดยวิธีปิดประกาศไว้ที่หน้าศาลเป็นการส่งหมายโดยไม่ชอบ ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบและอ่านคำพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นไม่ผิดระเบียบ ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ อนุญาตให้จำเลยทั้งสามยื่นอุทธรณ์ได้ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสามฟัง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามทราบโดยปิดประกาศไว้ที่หน้าศาลเป็นการส่งหมายโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ฝ่ายจำเลยทั้งสามทราบ ศาลชั้นต้นชอบที่จะส่งหมายนัดไปยังภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลยทั้งสามหรือของทนายความของจำเลยทั้งสาม ซึ่งถือว่าเป็นการส่งโดยวิธีธรรมดาก่อนตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 74 บัญญัติไว้ การที่ศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามทราบโดยปิดประกาศไว้ที่หน้าศาลโดยมิได้ส่งหมายนัดดังกล่าวให้จำเลยทั้งสามทราบโดยวิธีธรรมดาก่อนจึงเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนของกฎหมาย ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 ทำให้การประกาศแจ้งวันนัดดังกล่าวไม่ชอบ อันมีผลทำให้กระบวนพิจารณาต่าง ๆ ที่กระทำภายหลังจากนั้นไม่ชอบไปด้วย กรณีถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามได้ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 30 ธันวาคม 2542 แล้ว เช่นนี้ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะมีคำพิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามทราบ แล้วอ่านคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามฟังใหม่ต่อไปตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 บัญญัติให้อำนาจไว้ และระยะเวลาอุทธรณ์จะเริ่มนับต่อเมื่อศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังโดยชอบเท่านั้น เมื่อการอ่านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเป็นไปโดยไม่ชอบ ระยะเวลายื่นอุทธรณ์จึงยังไม่เริ่มนับ ยังไม่มีกรณีที่ศาลอุทธรณ์จะขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยทั้งสามยื่นอุทธรณ์ได้ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสามฟังเป็นการขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสามในขณะที่ระยะเวลาอุทธรณ์ยังไม่เริ่มนับ จึงไม่ถูกต้องเช่นเดียวกัน พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้แจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามทราบโดยวิธีปิดประกาศไว้ที่หน้าศาลและการอ่านคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการอ่านคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามฟังใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2215/2549 บริษัทยูเนี่ยนเมโทรลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ นายถาวร ศรีจิตรานนท์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทยูเนี่ยนเมโทรลิสซิ่ง จำกัด · จำเลย - นายถาวร ศรีจิตรานนท์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · สุรพล เจียมจูไร · มานะ ศุภวิริยกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายนุชา เอี่ยมวิศิษฐ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1843/2536ฎีกา 345/2520ฎีกา 3488/2545ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 10/2548ฎีกา 1395/2534ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541ฎีกา 1546/2514ฎีกา 4041/2542ฎีกา 12445/2547ฎีกา 2379-2380/2532ฎีกา 3794/2536ฎีกา 2051/2536ฎีกา 5441/2546ฎีกา 5015/2541ฎีกา 568/2531ฎีกา 477/2532ฎีกา 5393/2542ฎีกา 7385/2556ฎีกา 4378/2531ฎีกา 1077/2532ฎีกา 3803/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา