⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4362/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4362/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างมีคำสั่งปลดลูกจ้างออกจากงาน ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของลูกจ้างแล้ว แม้ลูกจ้างจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว แต่หากคณะกรรมการยังมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ ก็ไม่เป็นข้อจำกัดสิทธิของลูกจ้างในการฟ้องคดีต่อศาล ศาลแรงงานมีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมายเท่านั้น จะสั่งให้นายจ้างชดใช้ค่าเสียหายระหว่างลูกจ้างถูกพักงานและถูกเลิกจ้างจนถึงเวลาที่รับกลับเข้าทำงานไม่ได้ แต่หากนายจ้างผิดสัญญาจ้างแรงงานโดยเลิกจ้างลูกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ลูกจ้างย่อมมีสิทธิได้รับค่าเสียหายจากการที่ไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้าง แม้จะไม่ได้ทำงานให้แก่นายจ้างก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีคำสั่งปลดโจทก์ออกจากงานโดยให้มีผลนับแต่วันที่ 16 มีนาคม 2542 ถือได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว การที่โจทก์ใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยต่อคณะกรรมการการสื่อสารแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการฯ ยังมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ ก็หามีข้อจำกัดสิทธิมิให้โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลไม่ จึงถือว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องชอบด้วยกฎหมายแล้ว พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 ให้อำนาจศาลแรงงานพิพากษาให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือชดใช้ค่าเสียหายตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น จะพิพากษาให้นายจ้างชดใช้ค่าเสียหายในระหว่างลูกจ้างถูกพักงานและถูกเลิกจ้างจนถึงเวลาที่นายจ้างรับกลับเข้าทำงานไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม การที่โจทก์ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวเป็นการขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามสัญญาจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 เมื่อจำเลยผิดสัญญาจ้างแรงงานโดยเลิกจ้างโจทก์อย่างไม่เป็นธรรม เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายที่ไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้าง โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าเสียหายดังกล่าวจากจำเลยแม้โจทก์จะไม่ได้ทำงานให้จำเลยก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเพิกถอนคำสั่งที่ กสท. ที่ 51317/2542 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2542 พร้อมให้โจทก์เข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม รวมทั้งสิทธิประโยชน์ที่โจทก์ควรได้รับทั้งหมดและค่าเสียหายจำนวน 5,000,000 บาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม โดยให้นับอายุงานต่อเนื่อง ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 25,000 บาท นับแต่วันที่ 16 มีนาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า สำหรับอุทธรณ์ของจำเลยที่เกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์นั้นจำเลยกล่าวอ้างว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อกฎหมายเบื้องต้นไว้แล้วซึ่งศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รอวินิจฉัยพร้อมคำพิพากษา (ที่ถูกคือศาลแรงงานกลางสั่งว่าให้รอไว้สั่งในนัดหน้าตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานกลาง วันที่ 21 พฤศจิกายน 2544) แต่ศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยให้นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงในคดีได้ความว่า จำเลยมีคำสั่งปลดโจทก์ออกจากงานโดยให้มีผลนับแต่วันที่ 16 มีนาคม 2542 ถือได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว การที่โจทก์ใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยต่อคณะกรรมการการสื่อสารแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการฯ ยังมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ ก็หามีข้อจำกัดสิทธิมิให้โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลไม่ จึงถือว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการต่อไปมีว่า เมื่อศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม โดยให้นับอายุงานต่อเนื่องแล้วจำเลยจะต้องรับผิดจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ 25,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรับโจทก์กลับเข้าทำงานด้วยหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 ให้อำนาจศาลแรงงานพิพากษาให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือชดใช้ค่าเสียหายตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น จะพิพากษาให้นายจ้างชดใช้ค่าเสียหายในระหว่างลูกจ้างถูกพักงานและถูกเลิกจ้างจนถึงเวลาที่นายจ้างรับกลับเข้าทำงานไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม การที่โจทก์ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวเป็นการขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามสัญญาจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 เมื่อจำเลยผิดสัญญาจ้างแรงงานโดยเลิกจ้างโจทก์อย่างไม่เป็นธรรม เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายที่ไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้าง โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าเสียหายดังกล่าวจากจำเลยแม้โจทก์จะไม่ได้ทำงานให้จำเลยก็ตาม ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4362/2549 นายศรีนครหรือพงษ์เจริญ คำนึงกิจ โจทก์ การสื่อสารแห่งประเทศไทย หรือบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายศรีนครหรือพงษ์เจริญ คำนึงกิจ · จำเลย - การสื่อสารแห่งประเทศไทยหรือบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รัตน กองแก้ว · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นางณณัฏฐ์ ธีราทรง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 859/2527ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1479/2526ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา