⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5131/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5131/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำเงินไปวางที่สำนักงานบังคับคดีหรือศาลเพื่อชดใช้ค่าเสียหายโดยผู้เสียหายไม่ยินยอม ไม่ถือเป็นการยอมความตามกฎหมาย สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องจึงไม่ระงับไป

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยนำเงินไปวางที่สำนักงานบังคับคดี และที่ศาลชั้นต้นเพื่อใช้ราคาทรัพย์คืนแก่ผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายไม่ได้ตกลงยินยอมด้วย ย่อมเป็นแต่เพียงการบรรเทาผลร้ายแห่งคดี ไม่มีผลเป็นการยอมความตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงยังไม่ระงับไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 52,500 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำนวน 52,500 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยได้นำเงินไปวางที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดร้อยเอ็ดและที่ศาลชั้นต้นเพื่อใช้ราคาทรัพย์จำนวน 52,500 บาท แก้ผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว มูลเหตุในการฟ้องร้องดำเนินคดีสิ้นสุดลง สิทธิในการคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปนั้น เห็นว่า การที่จำเลยวางเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อใช้ราคาทรัพย์คืนแก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ได้ตกลงยินยอมด้วย ดังนั้น ย่อมเป็นแต่เพียงการบรรเทาผลร้ายแห่งคดี ไม่เป็นการยอมความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงยังไม่ระงับไป ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกนั้น ได้ความตามรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติว่าจำเลยเคยมีพฤติการณ์เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ตามร้านค้าต่างๆ มาแล้วหลายครั้งและในแต่ละครั้งจำเลยก็จะนำรถจักรยานยนต์ไปจำนำแก่บุคคลอื่นบ้าง นำไปซ่อนบ้างและไม่ยอมชำระค่าเช่าซื้อแก่เจ้าของรถจักรยานยนต์แต่อย่างใด เมื่อเจ้าของรถจักรยานยนต์ติดตามเร่งรัดจะดำเนินคดี จำเลยก็จะนำเงินไปชำระบ้างนำรถจักรยานยนต์มาคืนบ้าง พฤติการณ์แห่งคดีเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า เป็นการกระทำที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า จึงเป็นเรื่องร้ายแรง โทษศาลอุทธรณ์ภาค 4 กำหนดมาเหมาะสมแก่คดีแล้ว ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงแก้ไข และไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5131/2549 พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นายพลเทพ สุ่มมาตย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · จำเลย - นายพลเทพ สุ่มมาตย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)องอาจ โรจนสุพจน์ · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ · สถิตย์ อรรถบลยุคล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ