คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5601/2549
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษาของศาลต้องไม่เกินกว่าที่โจทก์ฟ้อง และศาลฎีกามีอำนาจปรับบทกฎหมายลงโทษจำเลยให้ถูกต้องได้ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพาอาวุธปืนฯ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เท่านั้น การที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 371 ด้วยเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ศาลฎีกาปรับบทกฎหมายที่ลงโทษจำเลยให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 365, 376 และริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยขอถอนคำให้การเดิม และให้การใหม่เป็นรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364, 365 (ที่ถูกมาตรา 365 (2) (3) ประกอบมาตรา 364, 83), 371, 376 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืน เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันบุกรุกโดยมีอาวุธในเวลากลางคืน จำคุก 1 ปี ฐานยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน จำคุก 10 วัน รวมจำคุก 3 ปี 10 วัน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน 5 วัน ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ความผิดฐานพาอาวุธปืนฯ โจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยตามบทมาตราดังกล่าวด้วยเป็นการพิพากษาเกินคำขอ และศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมานั้น เป็นการไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยไม่ได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจวินิจฉัยโดยปรับบทกฎหมายที่ลงโทษจำเลยให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะความผิดฐานพาอาวุธปืนฯ จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ส่วนโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5601/2549
พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์
นายวิรวุฒิ รักษาวงศ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายวิรวุฒิ รักษาวงศ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์ · สมชาย จุลนิติ์ · นพวรรณ อินทรัมพรรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายชาญชัย ณ พิกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายเขมภณ กิรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา