คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5869/2549
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรเพียงข้อหาเดียว การรับสารภาพของจำเลยจึงต้องพิจารณาว่าจำเลยรับสารภาพในข้อหาใดข้อหาหนึ่งโดยเฉพาะ หากโจทก์มิได้นำสืบให้ได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดในข้อหาใดข้อหาหนึ่ง ศาลจะลงโทษจำเลยไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจทก์ ย่อมแสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ศาลลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดใดข้อหาหนึ่งเพียงข้อหาเดียวเท่านั้น การที่จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องจึงเป็นคำรับสารภาพที่ไม่สามารถรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดในข้อหาใด เมื่อเป็นเช่นนี้โจทก์ต้องนำพยานเข้าสืบเพื่อให้ได้ความว่า จำเลยกระทำความผิดในข้อหาใดข้อหาหนึ่ง เมื่อโจทก์มิได้นำสืบ คดีจึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 334, 357 และริบแผ่นป้ายทะเบียนของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ข้อหารับของโจรให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดใดข้อหาหนึ่งเพียงข้อหาเดียวเท่านั้น เพราะหากจำเลยกระทำความผิดในข้อหาลักทรัพย์ จำเลยย่อมไม่มีความผิดในข้อหารับของโจร หรือหากจำเลยกระทำความผิดในข้อหารับของโจรแล้วจำเลยย่อมไม่มีความผิดในข้อหาลักทรัพย์ การที่จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องจึงเป็นคำรับสารภาพที่ไม่สามารถรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดในข้อหาใด เมื่อเป็นเช่นนี้โจทก์ต้องนำพยานเข้าสืบเพื่อให้ได้ความชัดแจ้งว่า จำเลยกระทำความผิดในข้อหาใดข้อหาหนึ่ง แต่โจทก์มิได้นำสืบให้ได้ความเช่นว่านั้น คดีจึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดในข้อลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลย่อมพิจารณาลงโทษจำเลยไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจรฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5869/2549
พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์
นายณัฐวุฒิ บัวทองจันทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นายณัฐวุฒิ บัวทองจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เรวัตร อิศราภรณ์ · ศิริชัย จิระบุญศรี · ประทีป เฉลิมภัทรกุล |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ