⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 604/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับมรดกของผู้ตายมีสิทธิรับมรดกแทนที่ผู้ตายในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และมีสิทธิบังคับคดีต่อไปได้

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องของโจทก์เป็นการฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของ น. เพื่อให้แบ่งทรัพย์มรดกและขอให้ถอดถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกของ น. อันเป็นการพิพาทในฐานะจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ น. ซึ่งต้องแบ่งปันทรัพย์มรดกของ น. ให้แก่โจทก์ หาได้พิพาทกันในฐานะส่วนตัวไม่ ดังนั้นการที่ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิของโจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ฟ้องมารดาซึ่งเป็นบุพการีของตน กรณีจึงไม่ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1562 แม้ผู้ร้องจะไม่อาจเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ได้เพราะคดีถึงที่สุดในศาลชั้นต้นก่อนแล้วก็ตาม แต่การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ก็เพื่อมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ ซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับจากจำเลยในฐานะจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ น. และโจทก์มีสิทธิดังกล่าวก่อนที่จะถึงแก่กรรม เมื่อโจทก์ถึงแก่กรรมจึงตกทอดแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องอยู่ในฐานะเป็นผู้รับมรดกของโจทก์และเป็นผู้รับพินัยกรรมย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 และมาตรา 1600 จึงมีสิทธิที่จะเข้าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์และดำเนินการบังคับคดีต่อไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.280 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1562 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 250,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องไม่เกิน 3,698 บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท คำขออื่นให้ยก ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับอุทธรณ์ของจำเลยว่ารอไว้สั่งเมื่อไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาเสร็จแล้ว ซึ่งในระหว่างไต่สวนคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถานั้น ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์เพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาลต่อไป จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์ฝ่ายเดียว คดีอยู่ในระหว่างโต้เถียงกันว่า โจทก์มีสิทธิขอแบ่งทรัพย์มรดกจากจำเลยได้หรือไม่ เมื่อจำเลยเป็นมารดาของผู้ร้อง การที่ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ ผู้ร้องจึงตกอยู่ในฐานะเป็นผู้ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นบุพการีของตน ไม่มีสิทธิเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะได้ นอกจากนี้การจดทะเบียนรับรองผู้ร้องเป็นบุตรของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และพินัยกรรมทำขึ้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องจึงมิได้เป็นทายาทโดยธรรมของโจทก์และไม่มีสิทธิได้รับทรัพย์สินตามพินัยกรรม ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ในวันนัดไต่สวนคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะ ศาลชั้นต้นสอบถามผู้ร้องและทนายจำเลยแล้ว เห็นว่า ไม่จำเป็นต้องไต่สวนคำร้องอีกต่อไป จึงให้งดไต่สวนและวินิจฉัยว่าการเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ของผู้ร้อง ทำให้ผู้ร้องอยู่ในฐานะเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นบุพการีของตน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้ร้องเข้าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ และมีอำนาจดำเนินการบังคับคดีได้ต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังยุติได้ว่า ผู้ร้องเป็นบุตรของโจทก์และจำเลย โจทก์ได้จดทะเบียนรับรองผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกที่โจทก์มีสิทธิที่จะได้รับให้แก่ผู้ร้อง ต่อมาหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีนี้ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย แต่ก่อนที่จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ โจทก์ได้ถึงแก่กรรม คดีคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า ผู้ร้องจะเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะได้หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องคดีขอให้ถอดถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกแล้วให้ศาลตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกแทน และฟ้องขอให้แบ่งปันทรัพย์มรดกด้วย อันเป็นการแบ่งปันทรัพย์มรดกในฐานะที่จำเลยเป็นทายาทโดยธรรม มิใช่ในฐานะผู้จัดการมรดก จึงเป็นการฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัว เมื่อผู้ร้องเข้าสวมสิทธิโจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ฟ้องและดำเนินคดีกับบุพการีของตนอันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 เห็นว่า โจทก์และจำเลยต่างเป็นทายาทโดยธรรมของนางสาวนิรมล และโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โดยอ้างว่าจำเลยจำหน่ายทรัพย์มรดกของนางสาวนิรมลแล้วไม่นำเงินมาแบ่งปันให้โจทก์ ทำให้โจทก์ซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถอดถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวนิรมลแล้วตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวนิรมลแทน และให้จำเลยแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย เช่นนี้คำฟ้องของโจทก์เป็นการฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสาวนิรมลเพื่อให้แบ่งทรัพย์มรดกและขอให้ถอดถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวนิรมล อันเป็นการพิพาทกันในฐานะจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวนิรมลซึ่งจะต้องแบ่งปันทรัพย์มรดกของนางสาวนิรมลให้แก่โจทก์ หาได้พิพาทกันในฐานะส่วนตัวดังที่จำเลยฎีกา ดังนั้นการที่ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิของโจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ฟ้องมารดาซึ่งเป็นบุพการีของตน กรณีไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาประการต่อมาว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยโดยมีคำสั่งก่อนที่ศาลชั้นต้นจะส่งอุทธรณ์ของผู้ร้องมาให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษา คดีจึงถึงที่สุดในศาลชั้นต้นแล้ว เมื่อไม่มีคดีในชั้นอุทธรณ์ที่จะให้ผู้ร้องเข้ามาดำเนินคดีแทนที่โจทก์ผู้มรณะ จึงไม่มีเหตุที่จะให้ผู้ร้องเข้ามาดำเนินคดีแทนที่โจทก์ผู้มรณะได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 นั้น เห็นว่า แม้ผู้ร้องจะไม่อาจเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ได้ เพราะคดีถึงที่สุดในศาลชั้นต้นก่อนแล้วก็ตาม แต่การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ก็เพื่อมีสิทธิที่จะได้รับการชำระหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ ซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับจากจำเลยในฐานะจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวนิรมลและโจทก์มีสิทธิดังกล่าวก่อนที่จะถึงแก่กรรม เมื่อโจทก์ถึงแก่กรรมจึงตกทอดแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องอยู่ในฐานะเป็นผู้รับมรดกของโจทก์และเป็นผู้รับพินัยกรรมย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และมาตรา 1600 ทำให้มีสิทธิที่จะเข้ารับมรดกสิทธิความเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์และดำเนินการบังคับคดีต่อไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งและคำพิพากษาให้ผู้ร้องเข้าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์และดำเนินการบังคับคดีกับจำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2549 นายมนตรี นฤมล โจทก์ นางสาวมนใจ นฤมล ผู้ร้อง นางนิตยา แซ่ตั้ง ในฐานะ ผู้จัดการมรดกและในฐานะทายาท โดยธรรมของนางสาวนิรมล นฤมล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมนตรี นฤมล · ผู้ร้อง - นางสาวมนใจ นฤมล · จำเลย - นางนิตยา แซ่ตั้ง ในฐานะผู้จัดการมรดกและในฐานะทายาทโดยธรรมของนางสาวนิรมล นฤมล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริชัย จิระบุญศรี · เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8454/2544ฎีกา 1010/2539ฎีกา 2389/2540ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2018/2548ฎีกา 621/2519ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 945/2504ฎีกา 3760/2533ฎีกา 1114/2549ฎีกา 1763/2551ฎีกา 370/2506ฎีกา 978/2510ฎีกา 1390/2506ฎีกา 2422/2545ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ