⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6699/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6699/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายประกันสังคม ต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่าลูกจ้างอยู่ภายใต้อำนาจบังคับบัญชาของนายจ้าง และต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้าง.

ย่อคำพิพากษา

การที่จะพิจารณาความสัมพันธ์ของบุคคลว่าเป็นนายจ้างและลูกจ้างกันตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5 ต้องปรากฏข้อเท็จจริงด้วยว่าบุคคลที่เป็นลูกจ้างอยู่ในอำนาจบังคับบัญชาโดยต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ระเบียบ และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบุคคลที่เป็นนายจ้าง ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ตามความเป็นจริงของความเป็นนายจ้างและลูกจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 ด้วย พนักงานขายบัตร ทำงานตามช่วงเวลาที่ระบุไว้จะไปทำงานหรือไม่ก็ได้ หากไม่ไปก็เพียงแต่แจ้งทางโทรศัพท์ ไม่ต้องยื่นใบลา ได้รับค่าตอบแทนจากการขายจากจำนวนบัตรที่ขายได้ในแต่ละวันหากขายไม่ได้หรือขายได้เพียงหนึ่งใบจะไม่ได้รับค่าตอบแทน แม้จะมาทำการขายในวันดังกล่าวก็ตามไม่มีการกำหนดวันหยุด วันลาและสวัสดิการ จึงเป็นการทำงานโดยอิสระ ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาและไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน การตกลงกันปฏิบัติงานตามช่วงเวลาที่ประสงค์และการกำหนดให้พนักงานขายบัตรที่มาทำงานสายต้องถูกหักเงินเป็นค่าปรับ ก็มิใช่การใช้อำนาจบังคับบัญชา แต่เป็นเพียงการวางกฎเกณฑ์เพื่อให้การขายมีประสิทธิภาพเท่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับพนักงานขายบัตรจึงมิใช่นายจ้างและลูกจ้างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.583 พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยตามหนังสือที่ รส. 0725/4021 ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2545 หนังสือที่ รส. 0725/10776 ลงวันที่ 19 เมษายน 2545 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1192/2546 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2546 กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งค่าทนายความแทนโจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งขอจำเลยตามหนังสือที่ รส. 0725/4021 ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2545 หนังสือที่ รส. 0725/10776 ลงวันที่ 19 เมษายน 2545 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 1192/2546 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2546 ส่วนที่โจทก์ขอให้ศาลสั่งให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมรวมทั้งค่าทนายความแทนโจทก์นั้น เนื่องจากการดำเนินคดีที่ศาลแรงงานคู่ความไม่ต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียม จึงให้ยกคำขอส่วนนี้ของโจทก์เสีย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์จำเลยว่า นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับพนักงานขายบัตรอยู่ในฐานะเป็นนายจ้างและลูกจ้างตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5 ให้คำนิยามของ "ลูกจ้าง" หมายความว่า ผู้ซึ่งทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย และ "นายจ้าง" หมายความว่า ผู้ซึ่งรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้าง และให้หมายความรวมถึงผู้ได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคลให้หมายความรวมถึงผู้มีอำนาจกระทำแทนนิติบุคคล และผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจกระทำแทนนิติบุคคลให้ทำการแทนด้วย อันมีความหมายว่า ลูกจ้างเป็นผู้ซึ่งทำงานให้แก่ผู้รับลูกจ้างเข้าทำงานโดยรับค่าจ้างจากผู้รับลูกจ้างเข้าทำงานนั้น แต่การที่จะพิจารณาความสัมพันธ์ของบุคคลว่าเป็นนายจ้างและลูกจ้างกันหรือไม่ นอกจากจะพิจารณาว่าบุคคลทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์กันดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5 แล้ว ยังต้องปรากฏข้อเท็จจริงด้วยว่าบุคคลที่เป็นลูกจ้างอยู่ในอำนาจบังคับบัญชาโดยต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ระเบียบ และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบุคคลที่เป็นนายจ้าง ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ตามความเป็นจริงของความเป็นนายจ้างและลูกจ้างดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ด้วยเมื่อศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์จ้างพนักงานขายบัตรให้ไปทำงานตามช่วงเวลาที่ระบุไว้ แต่จะไปทำงานหรือไม่ไปก็ได้ หากไม่ไปก็เพียงแต่แจ้งทางโทรศัพท์ให้โจทก์ทราบโดยไม่ต้องยื่นใบลา จะได้รับค่าตอบแทนจากการขายจากจำนวนบัตรที่ขายได้ในแต่ละวันโดยจ่ายในวันสุดสัปดาห์ของสัปดาห์ถัดไป หากขายไม่ได้หรือขายได้เพียง 1 ใบ จะไม่ได้รับค่าตอบแทนแม้จะมาทำการขายในวันดังกล่าวก็ตาม ไม่มีการกำหนดวันหยุด วันลาและสวัสดิการสำหรับพนักงานขายบัตร ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงว่าพนักงานขายบัตรมีอิสระในการทำงานกับโจทก์ ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาและไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ การตกลงกันปฏิบัติงานตามช่วงเวลาที่ประสงค์และการกำหนดให้พนักงานขายบัตรที่มาทำงานสายจะถูกหักเงินเป็นค่าปรับจำนวน 50 บาท ก็มิใช่กรณีที่โจทก์ใช้อำนาจบังคับบัญชาแต่เป็นการวางกฎเกณฑ์เพื่อให้การขายมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน ดังนั้นนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับพนักงานขายบัตรจึงมิได้อยู่ในฐานะเป็นนายจ้างและลูกจ้างกัน ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6699/2549 บริษัทโปรมาร์คสแตรททิจีส์ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ สำนักงานประกันสังคม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทโปรมาร์คสแตรททิจีส์ (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - สำนักงานประกันสังคม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุติมา จงสงวน · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสละ เทศรำพรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 2418/2544ฎีกา 8628/2550ฎีกา 3591/2529ฎีกา 144/2535ฎีกา 1027/2527ฎีกา 1397/2544ฎีกา 4777/2549ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 7635/2543ฎีกา 2093/2532ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1479/2526ฎีกา 7420/2537ฎีกา 3362/2529ฎีกา 1307/2566ฎีกา 2431/2530ฎีกา 6689/2542ฎีกา 1352/2542ฎีกา 2364/2533ฎีกา 3708/2524ฎีกา 14102/2557ฎีกา 1254/2546ฎีกา 3365/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา