คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7009/2549
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบหลายงวด ถือเป็นการกระทำเป็นอาชีพและเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยไม่เคยกระทำผิดมาก่อนและมีภาระครอบครัว ก็ไม่ใช่เหตุเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกได้.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งสองเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบหลายงวด ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำเป็นอาชีพ พฤติการณ์แห่งคดีนับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยทั้งสองไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนและมีภาระต้องรับผิดชอบต่อครอบครัว รวมทั้งอ้างความจำเป็นในการกระทำความผิด ก็มิใช่เหตุเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสอง อย่างไรก็ตามโทษจำคุกที่จำเลยทั้งสองจะต้องรับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ในแต่ละกระทงมีกำหนดเวลาน้อยกว่าสามเดือน ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกให้น้อยลงอีกได้ ตาม ป.อ. มาตรา 55 แม้จะปรากฏว่าโทษจำคุกที่กำหนดใหม่จะต่ำกว่าอัตราโทษจำคุกขั้นต่ำตามมาตรา 12 (1) แห่ง พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ริบของกลางและให้จำเลยทั้งสองจ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12 (ที่ถูก 12 (1)), 15 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรม เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกจำเลยทั้งสองกระทงละ 6 เดือน รวม 17 กระทง จำคุกคนละ 102 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 68 เดือน ริบของกลาง คำขออื่นให้ยก
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสองกระทงละ 4 เดือน รวม 17 กระทง จำคุกคนละ 68 เดือน ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 34 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้การพนันสลากกินรวบหลายงวดถือได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำเป็นอาชีพ พฤติการณ์แห่งคดีนับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยทั้งสองไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน และมีภาระต้องรับผิดชอบต่อครอบครัว รวมทั้งอ้างความจำเป็นในการกระทำความผิด ก็มิใช่เหตุเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสอง อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาได้พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า โทษจำคุกรวม 17 กระทง ซึ่งจำเลยทั้งสองจะต้องรับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 นั้น สูงเกินไป เมื่อปรากฏว่าโทษจำคุกดังกล่าวในแต่ละกระทงมีกำหนดเวลาน้อยกว่าสามเดือน ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกให้น้อยลงอีกได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 55 แม้จะปรากฏว่าโทษจำคุกที่กำหนดใหม่จะต่ำกว่าอัตราโทษจำคุกขั้นต่ำตามที่มาตรา 12 (1) แห่งพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 บัญญัติไว้ก็ตาม ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองจำคุกคนละกระทงละ 1 เดือน ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกระทงละกึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุกคนละกระทงละ 15 วัน รวม 17 กระทง เป็นจำคุกคนละ 8 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาอุทธรณ์ภาค 4.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7009/2549
พนักงานอัยการคดีศาลแขวงอุดรธานี โจทก์
นางพิกุล นวะพิศ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการคดีศาลแขวงอุดรธานี · จำเลย - นางพิกุล นวะพิศ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ · วิเชียร มงคล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงอุดรธานี - นายสมบัติ คงเจริญ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายทวีป ตันสวัสดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา