⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 773/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 773/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจอายัดสิทธิเรียกร้องของบริษัทจำเลยที่มีต่อผู้ถือหุ้นให้ชำระค่าหุ้นที่ค้างชำระได้ และหากผู้ถือหุ้นไม่ชำระ เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีแก่ผู้ถือหุ้นเสมือนเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการยึดอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจอายัดสิทธิเรียกร้องได้ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 310 ทวิ, 311 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง สิทธิเรียกร้องให้ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นที่ค้างชำระเป็นสิทธิเรียกร้องที่บริษัทจำเลยมีต่อผู้ถือหุ้นเป็นสิทธิเรียกร้องต่อบุคคลภายนอกอย่างหนึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 310 ทวิ เมื่อบริษัทจำเลยมีสิทธิเรียกร้องให้ ว. ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นที่ค้างชำระ เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจอายัดค่าหุ้นที่ค้างชำระนั้น เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แจ้งอายัดให้ ว. ส่งเงินค่าหุ้นที่ค้างชำระต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว กรณีจึงต้องด้วยมาตรา 312 วรรคสอง ที่ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีแก่บุคคลภายนอกนั้นและดำเนินการไปเสมือนหนึ่งว่าบุคคลนั้นเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ป.พ.พ. มาตรา 1120 ถึง 1125 เป็นเรื่องวิธีการเรียกค่าหุ้นค้างชำระของบริษัทในกรณีปกติ แต่เมื่อกรรมการบริษัทจำเลยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องนี้ ก็ไม่ห้ามเจ้าหนี้ที่จะให้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 233 ทั้งไม่ห้ามเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะขออายัดสิทธิเรียกร้องดังกล่าวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 310 ทวิ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.311 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.312 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.233 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1120

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 62,417.38 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2539 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงบังคับคดีอายัดเงินค่าหุ้นค้างชำระของจำเลยที่นายวรินทร์ เจริญพานิช ผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นของจำเลยอยู่จำนวน 9,994 หุ้น ค้างชำระค่าหุ้น หุ้นละ 50 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งให้นายวรินทร์ส่งมอบเงินค่าหุ้นให้แล้ว แต่นายวรินทร์ไม่ชำระ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีหนังสือแจ้งมายังศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกนายวรินทร์มาสอบถามและส่งเงินค่าหุ้นตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดศาลชั้นต้นนัดไต่สวน ครั้นถึงวันนัดศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องประกอบคำแถลงของโจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิขอให้อายัดเงินค่าหุ้นค้างชำระจากนายวรินทร์ เจริญพานิช ผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยหรือไม่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 310 ทวิ บัญญัติว่า "ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิเรียกร้องต่อบุคคลภายนอกให้ชำระเงินจำนวนหนึ่งหรือเรียกให้ส่งมอบสิ่งของนอกจากที่กำหนดไว้ในมาตรา 310 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดและจำหน่ายไปตามที่บัญญัติไว้ในห้ามาตราต่อไปนี้" เห็นว่า ตามหมายบังคับคดีของศาลชั้นต้น ฉบับลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2541 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการยึดอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า บริษัทจำเลยมีสิทธิเรียกร้องให้บุคคลภายนอกชำระค่าหุ้นที่ค้างชำระ เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจอายัดสิทธิเรียกร้องให้บุคคลภายนอกชำระค่าหุ้นที่ค้างชำระ เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจอายัดสิทธิเรียกร้องนั้นได้ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 310 ทวิ, 311 วรรคหนึ่งและวรรคสอง สิทธิเรียกร้องให้ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นที่ค้างชำระเป็นสิทธิเรียกร้องที่บริษัทจำเลยมีต่อผู้ถือหุ้นเป็นสิทธิเรียกร้องต่อบุคคลภายนอกอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 310 ทวิ เมื่อได้ความว่าบริษัทจำเลยมีสิทธิเรียกร้องให้นายวรินทร์ เจริญพานิช ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นที่ค้างชำระจำนวน 9,994 หุ้น หุ้นละ 50 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจอายัดค่าหุ้นที่ค้างชำระนั้นได้ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1120 ถึง 1125 ขึ้นมาปรับแก่คดีนั้น เป็นเรื่องวิธีการเรียกค่าหุ้นค้างชำระของบริษัทในกรณีปกติ แต่เมื่อกรรมการบริษัทจำเลยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องนี้ ก็ไม่ห้ามเจ้าหนี้ที่ใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 233 ทั้งไม่ห้ามเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะขออายัดสิทธิเรียกร้องดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 310 ทวิ ยิ่งกว่านั้น มาตรา 311 วรรคสาม ยังบัญญัติว่า "คำสั่งอายัดนั้น อาจออกให้ได้ไม่ว่าหนี้ของบุคคลภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้งหรือมีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขหรือว่าได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนหรือไม่" เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่านายวรินทร์มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลย เจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งอายัดให้นายวรินทร์ส่งเงินค่าหุ้นที่ค้างชำระต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ประกอบกับศาลชั้นต้นได้ออกหมายเรียกนายวรินทร์มาสอบถามแล้วนายวรินทร์ก็ไม่มา กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 312 วรรคสอง ที่ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีแก่บุคคลภายนอกนั้นและดำเนินการไปเสมือนหนึ่งว่าบุคคลนั้นเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกคำร้องของโจทก์ (ที่ถูกไม่ดำเนินการตามหนังสือของเจ้าพนักงานบังคับคดี) ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับไปยังนายวรินทร์ เจริญพานิช แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 773/2549 บริษัทแฮนด์แอคมี่ซัพพลาย จำกัด โจทก์ บริษัทครีแอด จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทแฮนด์แอคมี่ซัพพลาย จำกัด · จำเลย - บริษัทครีแอด จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป เฉลิมภัทรกุล · เรวัตร อิศราภรณ์ · ศิริชัย จิระบุญศรี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1773/2536ฎีกา 4143/2532ฎีกา 1065/2496ฎีกา 621/2514ฎีกา 4306/2528ฎีกา 959/2537ฎีกา 1590/2503ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 3149/2532ฎีกา 866/2487ฎีกา 5165/2531ฎีกา 3729/2552ฎีกา 2564/2546ฎีกา 2555/2523ฎีกา 3283/2549ฎีกา 772/2523ฎีกา 2094-2095/2526ฎีกา 2202/2554ฎีกา 773/2532ฎีกา 5478/2534ฎีกา 1282/2482ฎีกา 764/2551ฎีกา 6083/2553ฎีกา 797/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา