⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8694/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8694/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้ซื้อทรัพย์ชำระเงินส่วนที่เหลือในการขายทอดตลาดเป็นระยะเวลาเพื่อการชำระหนี้ที่คู่กรณีสามารถตกลงขยายออกได้ ไม่ใช่กำหนดอายุความตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดทรัพย์โดยกำหนดเงื่อนไขการเข้าสู้ราคาและข้อสัญญาว่า ผู้ซื้อทรัพย์ได้ต้องชำระเงินส่วนที่เหลือภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันซื้อเป็นต้นไปนั้น ระยะเวลา 15 วัน ที่กำหนดให้ผู้ซื้อทรัพย์นำเงินส่วนที่เหลือมาชำระตามข้อสัญญาดังกล่าวเป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการชำระหนี้ มิใช่อายุความตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งคู่กรณีจะตกลงกันให้งดใช้หรือขยายออกหรือย่นเข้าไม่ได้ตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 193/11 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีและผู้ซื้อทรัพย์ตกลงกันขยายระยะเวลาวางเงินส่วนที่เหลือออกไปอีกจึงหาเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 510 และ 515 ไม่ จึงไม่มีเหตุตามกฎหมายที่ศาลจะมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งและการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี กรณีเช่นว่านี้ ศาลชอบที่จะมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยโดยไม่จำต้องไต่สวน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.308 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.309 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.510 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.515

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกขายทอดตลาด โดยนางถนอมศรีผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ประมูลได้ในราคา 2,800,000 บาท ผู้ซื้อทรัพย์วางเงินมัดจำ 700,000 บาท ในวันทำสัญญา ส่วนที่เหลือจะต้องชำระภายใน 15 วัน ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินส่วนที่เหลือออกไป จำเลยยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ขยายระยะเวลาชำระเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ เพิกถอนการขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีริบมัดจำของผู้ซื้อทรัพย์และขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินได้ ทั้งโจทก์ก็มิได้โต้แย้งคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี อีกทั้งการขยายระยะเวลาเป็นเรื่องของเจ้าพนักงานบังคับคดีกับผู้ซื้อทรัพย์ จำเลยไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด กรณีไม่มีเหตุให้เพิกถอนการขายทอดตลาดให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุสมควรเพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ขยายระยะเวลาชำระเงินส่วนที่เหลือแก่ผู้ซื้อทรัพย์ เพิกถอนการขายทอดตลาดและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดใหม่ตามคำร้องของจำเลยหรือไม่ ซึ่งตามคำร้องดังกล่าวจำเลยอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดโดยกำหนดเงื่อนไขการเข้าสู้ราคาและข้อสัญญาว่า ผู้ซื้อทรัพย์ได้ต้องชำระเงินส่วนที่เหลือภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันซื้อเป็นต้นไป ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 510 และ 515 กำหนดหน้าที่ของผู้ซื้อทรัพย์ไว้อย่างแจ้งชัดโดยไม่มีข้อยกเว้น เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่มีอำนาจขยายระยะเวลาวางเงินให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาดังกล่าวจึงเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายนั้น เห็นว่าระยะเวลา 15 วัน ที่กำหนดให้ผู้ซื้อทรัพย์นำเงินส่วนที่เหลือมาชำระตามข้อสัญญาดังกล่าว เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการชำระหนี้ มิใช่อายุความตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งคู่กรณีจะตกลงกันให้งดใช้หรือขยายออกหรือย่นเข้าไม่ได้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/11 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีและผู้ซื้อทรัพย์ตกลงกันขยายระยะเวลาวางเงินส่วนที่เหลือออกไปอีกจึงหาเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังที่จำเลยอ้างมาในคำร้องไม่ จึงไม่มีเหตุตามกฎหมายที่ศาลจะมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งและการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีเสียได้ กรณีเช่นว่านี้ ศาลชอบที่จะมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยเสียโดยไม่จำต้องไต่สวน ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วฎีกาข้ออื่นของจำเลยจึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8694/2549 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางถนอมศรี ตั้งสิทธิวงศ์ ผู้ซื้อทรัพย์ นางเพ็ญศรี รูปขจร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) · ผู้ซื้อทรัพย์ - นางถนอมศรี ตั้งสิทธิวงศ์ · จำเลย - นางเพ็ญศรี รูปขจร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป เฉลิมภัทรกุล · เรวัตร อิศราภรณ์ · ศิริชัย จิระบุญศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมุกดาหาร - นายจันทรทัต สิทธิกำจร · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางเมทินี ชโลธร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5434/2543ฎีกา 594/2534ฎีกา 1041/2518ฎีกา 2210/2537ฎีกา 7439/2540ฎีกา 5378/2544ฎีกา 2444/2518ฎีกา 5242/2533ฎีกา 6681/2541ฎีกา 2782/2529ฎีกา 353/2536ฎีกา 5388/2534ฎีกา 4208/2541ฎีกา 6734/2559ฎีกา 2195/2535ฎีกา 2994/2535ฎีกา 3350/2541ฎีกา 3188/2531ฎีกา 4769/2533ฎีกา 4297/2536ฎีกา 1345/2501ฎีกา 940/2494ฎีกา 5495/2536ฎีกา 2656/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา