⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1044/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ โดยไม่มีอำนาจตรวจสั่งไม่รับคำร้องดังกล่าว.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ส่งคำร้องนั้นไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 ไม่มีหน้าที่ตรวจสั่งไม่รับเหมือนอย่างชั้นรับหรือไม่รับอุทธรณ์ตามความในมาตรา 232 การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์จึงไม่ชอบ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบกรณีศาลชั้นต้นไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย และศาลชั้นต้นได้ส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์และสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์พ้นกำหนด 15 วัน ทั้งมิได้นำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามมาตรา 234 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง จึงมีผลเป็นการยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามมาตรา 236 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.232 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.236 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.236

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 22,019,139.09 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 11,708,008.52 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ครบถ้วน ให้ยึดที่ดินตามโฉนดเลขที่ 179152 ตำบลสะพานสูง อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร และโฉนดเลขที่ 33870 ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ หากได้เงินมาไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบถ้วน ให้จำเลยทั้งสองชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองเลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การอุทธรณ์คำสั่งอันมีผลให้ยกเลิกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางพร้อมกับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 เมื่อจำเลยทั้งสองไม่วาง จึงไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2547 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2547 อันเป็นวันเดียวกันกับที่จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ไม่รับอุทธรณ์พ้นกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง จึงไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง คืนค่าธรรมเนียมให้จำเลยทั้งสอง ต่อมาวันที่ 13 พฤษภาคม 2547 จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเนื่องจากเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าวจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2547 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 12 เมษายน 2547 ของจำเลยทั้งสอง การพิจารณาสั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองดังกล่าวไม่ใช่อำนาจของศาลชั้นต้น แต่เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ฉบับนี้เสียเองจึงไม่ชอบ อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นและเมื่อสำนวนคดีนี้ขึ้นมาสู่ศาลอุทธรณ์แล้ว ศาลอุทธรณ์เห็นสมควรพิจารณาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 12 เมษายน 2547 ของจำเลยทั้งสองไปเสียเลย เห็นว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2547 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์ จึงถือว่าจำเลยทั้งสองทราบคำสั่งในวันนั้นแล้ว ดังนั้นเมื่อจำเลยทั้งสองเพิ่งยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2547 จึงเป็นการยื่นเมื่อพ้นกำหนด 15 วัน ทั้งมิได้นำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้เมื่อจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2547 แล้ว ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ส่งคำร้องนั้นไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 ไม่มีหน้าที่จะตรวจสั่งไม่รับเหมือนอย่างชั้นรับหรือไม่รับอุทธรณ์ตามความในมาตรา 232 การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จึงไม่ชอบ แต่อย่างใดก็ตามเมื่อจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบกรณีศาลชั้นต้นไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง และศาลชั้นต้นได้ส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์และสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2547 จำเลยทั้งสองยื่นเมื่อพ้นกำหนด 15 วัน ทั้งมิได้นำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง จึงมีผลเป็นการที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองฉบับลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2547 ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นโดยวินิจฉัยถึงเหตุเดียวกัน คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง จำเลยทั้งสองจึงฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่ได้" พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสอง ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2550 กองทุนรวมเอเชียริคอฟเวอร์รี่ 3 โจทก์ นางสาววราภรณ์ สร้างสมวงษ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กองทุนรวมเอเชียริคอฟเวอร์รี่ 3 · จำเลย - นางสาววราภรณ์ สร้างสมวงษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · เรวัตร อิศราภรณ์ · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5882/2541ฎีกา 6602/2541ฎีกา 1022/2551ฎีกา 432/2503ฎีกา 3589/2525ฎีกา 3830/2524ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 8086/2543ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4802/2548ฎีกา 8909/2544ฎีกา 946/2550ฎีกา 9276/2542ฎีกา 1520/2548ฎีกา 16/2497ฎีกา 9407/2546ฎีกา 4527/2539ฎีกา 7651/2555ฎีกา 1369/2513ฎีกา 6000/2534ฎีกา 5187/2548ฎีกา 6969/2540ฎีกา 1413/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา