⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 122/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคสอง หากการกระทำนั้นมีทั้งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนด้วย จะเป็นความผิดตามมาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง.

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนฯ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคสอง ต้องเป็นพียงกรณีมีเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน เท่านั้น แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีทั้งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามมาตรา 7, 72 วรรคหนึ่งเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 24, 55, 72, 73, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 คืนอาวุธปืนยาวลูกซองแฝดขนาด 12 เครื่องหมายทะเบียน อร. 5/32 แก่เจ้าของและริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต แต่ให้การปฏิเสธข้อหามีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองและข้อหาทำ ประกอบ ซ่อมแซมอาวุธปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 24, 55, 72 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง, 73, 78 (ที่ถูก มาตรา 78 วรรคหนึ่ง) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 2 เดือน ฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ จำคุก 2 ปี ฐานทำ ประกอบ ซ่อมแซมอาวุธปืนสำหรับการค้า จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 5 ปี 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดบางข้อหา ส่วนข้อหาที่ให้การปฏิเสธทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 7 เดือน ริบของกลาง ยกเว้นอาวุธปืนลูกซองแฝดขนาด 12 เครื่องหมายทะเบียน อร. 5/32 ให้คืนเจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต กับฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานทำ ประกอบ ซ่อมแซมอาวุธปืนสำหรับการค้าตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วเป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน ยกฟ้องข้อหามีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ครอบครอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานประทับถึง 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง และจำเลยได้ทำ ประกอบ ซ่อมแซมอาวุธปืนสำหรับการค้า นับว่าพฤติการณ์การกระทำความผิดอยู่ในขั้นร้ายแรง แม้จำเลยจะมีเหตุผลความจำเป็นในครอบครัวดังที่จำเลยอ้างมาในฎีกา ก็ยังไม่เป็นเหตุเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษนั้นเหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง อันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนฯ ตามมาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ย่อมไม่ถูกต้อง เพราะความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนฯ ตามมาตรา 7, 72 วรรคสอง ต้องเป็นเพียงกรณีมีเครื่องกระสุนปืนฯ เท่านั้น แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีทั้งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามมาตรา 7, 72 วรรคหนึ่งเท่านั้น ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2550 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายสมชัย ทองเทพ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายสมชัย ทองเทพ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษม วีรวงศ์ · พีรพล พิชยวัฒน์ · ฐานันท์ วรรณโกวิท
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 729/2508ฎีกา 180/2554ฎีกา 1336/2553ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2279/2515ฎีกา 1824/2499ฎีกา 2024/2531ฎีกา 6759/2540ฎีกา 1875/2547ฎีกา 4180/2539ฎีกา 2457/2530ฎีกา 2178/2517ฎีกา 4534/2531ฎีกา 4155/2535ฎีกา 2303/2514ฎีกา 3779/2536ฎีกา 1017/2536ฎีกา 1480/2492ฎีกา 3262/2522ฎีกา 111/2504ฎีกา 182/2532ฎีกา 1770/2505ฎีกา 1189/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ