⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 200/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศที่มีข้อกำหนดให้ลูกจ้างชดใช้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดหากไม่กลับมาทำงานตามกำหนด หรือเลือกชดใช้ค่าใช้จ่ายแทนการทำงาน ถือเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ไม่เสียเปรียบกัน และไม่เป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างโจทก์กับจำเลย มีข้อกำหนดให้โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการส่งจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างไปฝึกอบรมต่างประเทศและมีข้อกำหนดให้จำเลยนำวิชาความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่ได้จากการไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศกลับมาใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์แก่โจทก์ มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน แม้ระยะเวลาที่ให้โจทก์ส่งจำเลยไปฝึกอบรมจะมีกำหนด 2 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาที่ให้จำเลยกลับมาทำงานให้โจทก์มีกำหนด 3 ปี ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้เปรียบจำเลย เพราะในระหว่างที่จำเลยต้องกลับมาทำงานให้โจทก์นั้น จำเลยยังคงได้รับค่าตอบแทนจากการทำงานตามปกติ มิได้ถูกตัดทอน ทั้งตามข้อกำหนดในสัญญาดังกล่าวยังให้สิทธิจำเลยไม่ต้องกลับมาทำงานให้โจทก์ได้โดยจำเลยต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายในการไปฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดคืนแก่โจทก์ การคำนวณจำนวนค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายที่จำเลยต้องชดใช้ในกรณีที่จำเลยกลับมาทำงานให้โจทก์ไม่ครบกำหนด 3 ปี โดยเอาค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดหารด้วย 36 เดือน แล้วคูณด้วยจำนวนเดือนที่จำเลยยังทำงานไม่ครบ ก็สอดคล้องกับข้อตกลงที่ให้สิทธิจำเลยเลือกชดใช้ค่าใช้จ่ายในการไปฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดคืนโจทก์ แทนการกลับมาทำงานให้โจทก์มีกำหนด 3 ปี ไม่ทำให้โจทก์ได้เปรียบจำเลยเช่นกัน จึงไม่ใช่ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงไม่เป็นโมฆะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.154 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.583 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 81,789.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในเงินต้น 80,614 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 79,096.04 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ เพราะข้อตกลงที่กำหนดให้โจทก์ส่งจำเลยไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศเพียง 2 สัปดาห์ แต่ผูกมัดให้จำเลยต้องกลับมาทำงานให้โจทก์นานถึง 3 ปี เป็นข้อตกลงที่เอาเปรียบจำเลย ไม่เป็นธรรมและขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เห็นว่า การไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศย่อมจะต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ก็ทำให้ผู้ไปฝึกอบรมได้วิชาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการทำงานติดตัว การมีลูกจ้างที่มีวิชาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการทำงานย่อมจะทำให้กิจการของนายจ้างเจริญรุ่งเรือง สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างโจทก์กับจำเลยข้อ 1 กำหนดให้โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการส่งจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างไปฝึกอบรมต่างประเทศ ข้อ 4 กำหนดให้จำเลยนำวิชาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ได้จากการไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศกลับมาใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์แก่โจทก์ มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน แม้ระยะเวลาที่ให้โจทก์ส่งจำเลยไปฝึกอบรมและดูงานโดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจะมีกำหนด 2 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาที่ให้จำเลยกลับมาทำงานให้โจทก์มีกำหนด 3 ปี ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้เปรียบจำเลย เพราะในระหว่างที่จำเลยต้องกลับมาทำงานให้โจทก์นั้น จำเลยยังคงได้รับค่าตอบแทนจากการทำงานตามปกติ มิได้ถูกตัดทอน ทั้งสัญญาดังกล่าว ข้อ 8 ยังให้สิทธิจำเลยไม่ต้องกลับมาทำงานให้โจทก์ได้โดยให้จำเลยชดใช้ค่าใช้จ่ายในการไปฝึกอบรมและดูงานที่โจทก์ได้ออกให้จำเลยไปทั้งหมดคืนให้แก่โจทก์เท่านั้น การคำนวณจำนวนค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายที่จำเลยจะต้องชดใช้ในกรณีที่จำเลยกลับมาทำงานให้โจทก์ไม่ครบกำหนด 3 ปี โดยให้เอาค่าใช้จ่ายในการส่งจำเลยไปฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดมาหารด้วย 36 เดือน แล้วคูณด้วยจำนวนเดือนที่จำเลยยังทำงานไม่ครบ ก็สอดคล้องกับข้อตกลงที่ให้สิทธิจำเลยเลือกชดใช้ค่าใช้จ่ายในการไปฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดคืนโจทก์แทนการกลับมาทำงานให้โจทก์มีกำหนด 3 ปี ไม่ทำให้โจทก์ได้เปรียบจำเลยเช่นกัน จึงไม่ใช่ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงมีผลใช้บังคับไม่เป็นโมฆะ อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2550 บริษัทตะวันนาบรรจุภัณฑ์ จำกัด โจทก์ นายประภาส กังวาล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทตะวันนาบรรจุภัณฑ์ จำกัด · จำเลย - นายประภาส กังวาล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัส พวงมณี · พิชิต คำแฝง · วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 2467/2526ฎีกา 7200/2540ฎีกา 933/2560ฎีกา 2983/2549ฎีกา 961/2566ฎีกา 8732/2549ฎีกา 4332/2536ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1627/2505ฎีกา 11912/2553ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1479/2526ฎีกา 92/2531ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 2257/2543ฎีกา 1352/2542ฎีกา 8739/2551ฎีกา 5162/2553ฎีกา 279/2513ฎีกา 4541/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา