⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2213/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2213/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลที่ให้รอการพิจารณาคดีไว้ชั่วคราวและให้จำหน่ายคดีชั่วคราว ไม่ใช่คำสั่งจำหน่ายคดีโดยเด็ดขาด และไม่ทำให้ประเด็นแห่งคดีเสร็จสิ้นไป จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่โจทก์ยังไม่มีสิทธิอุทธรณ์ได้

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้รอการไต่สวนมูลฟ้องไว้ก่อนจนกว่าจะทราบผลที่สุดของคดีแพ่งของศาลชั้นต้น และให้จำหน่ายคดีชั่วคราว โดยได้สั่งไว้ด้วยว่าเมื่อคดีแพ่งดังกล่าวถึงที่สุดแล้วให้โจทก์แถลงต่อศาลเพื่อยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปภายใน 1 เดือน นับแต่คดีถึงที่สุด คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่เป็นคำสั่งจำหน่ายคดีโดยเด็ดขาด เพียงแต่เป็นคำสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เป็นคำสั่งที่ไม่ทำให้ประเด็นแห่งคดีเสร็จไปแต่อย่างใด จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวในระหว่างการพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 196

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.196

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59, 91, 177, 180, 264, 266 ศาลชั้นต้นสั่งไต่สวนมูลฟ้อง ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีแพ่งหมายเลขดำที่ 585/2542 ของศาลชั้นต้นที่จำเลยฟ้องโจทก์เป็นมูลคดีที่ทำให้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ และคดีแพ่งดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาสืบพยานของศาลชั้นต้น ยังไม่ถึงที่สุด หากรอฟังผลคดีแพ่งดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่การวินิจฉัยชี้ขาดคดีนี้ จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้ไว้ชั่วคราว โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้รอการไต่สวนมูลฟ้องไว้ก่อนจนกว่าจะทราบผลที่สุดของคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 585/2542 ของศาลชั้นต้นและให้จำหน่ายคดีชั่วคราว โดยได้สั่งไว้ด้วยว่า เมื่อคดีแพ่งดังกล่าวถึงที่สุดแล้วให้โจทก์แถลงต่อศาลเพื่อยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปภายใน 1 เดือน นับแต่คดีถึงที่สุด คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่เป็นคำสั่งจำหน่ายคดีโดยเด็ดขาด เพียงแต่เป็นคำสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวเป็นคำสั่งที่ไม่ทำให้ประเด็นแห่งคดีเสร็จไปแต่อย่างใด จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์จึงไม่ชอบ ไม่มีผลให้โจทก์มีสิทธิฎีกา แม้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของโจทก์มา ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย" พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 และยกฎีกาของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2213/2550 นายประชา ถวิลวัฒนกิจ โจทก์ นางสาวลิชิดา ว่องเพิ่มผล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประชา ถวิลวัฒนกิจ · จำเลย - นางสาวลิชิดา ว่องเพิ่มผล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันวะสา บัวทอง · พินิจ บุญชัด · สมศักดิ์ ตันติภิรมย์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 888/2490ฎีกา 1730/2517ฎีกา 280/2505ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 409/2481ฎีกา 1666/2506ฎีกา 1262/2504ฎีกา 157/2506ฎีกา 1376/2520ฎีกา 3523/2528ฎีกา 124/2528ฎีกา 2081-2082/2497ฎีกา 572/2518ฎีกา 408/2483ฎีกา 1856/2555ฎีกา 626/2524ฎีกา 9377/2554ฎีกา 391/2532ฎีกา 5985/2550ฎีกา 352/2485ฎีกา 575/2494ฎีกา 86/2481ฎีกา 2756/2524ฎีกา 64/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ