⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4527/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4527/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภาระการพิสูจน์หนี้ที่อ้างว่าได้มีการชำระแล้ว ย่อมตกแก่ผู้กล่าวอ้างว่าได้มีการชำระหนี้นั้น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำสืบว่าจำเลยได้ชำระหนี้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2542 จำนวน 2,000 บาท จำเลยนำสืบว่าไม่ได้ชำระ ภาระการพิสูจน์ว่าจำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์หรือไม่ ย่อมตกแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้กล่าวอ้างตาม ป.วิ.พ. มาตรา 84 แต่โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดที่แสดงว่าจำเลยเป็นผู้โอนเงินดังกล่าวชำระหนี้แก่โจทก์ ข้ออ้างของโจทก์จึงเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือว่าจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ครั้งสุดท้ายในวันดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นสมาชิกบัตรซิตี้แบงก์วีซ่าคลาสสิคของโจทก์ จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 2,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 200,420.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี ของเงินต้นจำนวน 122,216.20 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยชำระเงินจำนวน 2,000 บาท เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2542 ให้แก่โจทก์ แต่ได้ชำระครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2541 จำนวน 6,600 บาท ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาจำเลยทั้งสองแถลงว่า ติดใจต่อสู้ในเรื่องอายุความ สละประเด็นในเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองเป็นสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ วีซ่า ของโจทก์และได้นำบัตรดังกล่าวไปใช้ตามข้อบังคับและเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิตหลายครั้ง โจทก์ได้ทดรองจ่ายเงินแทนจำเลยทั้งสองแล้วเรียกเก็บเงินจากจำเลยทั้งสอง แต่จำเลยทั้งสองผิดนัด เมื่อคำนวณยอดหนี้ ณ วันที่ 20 กรกฎาคม 2541 จำเลยทั้งสองเป็นหนี้ต้นเงิน 122,216.20 บาท เบี้ยปรับ 6,200 บาท และดอกเบี้ย 18,178.08 บาท รวมเป็นเงิน 146,594.29 บาท คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองได้ชำระหนี้แก่โจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2542 จำนวน 2,000 บาท หรือไม่ เห็นว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองนำสืบรับข้อเท็จจริงว่า วันที่ 22 มีนาคม 2541 จำเลยที่ 1 ได้ชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 6,600 บาท และโจทก์นำสืบอ้างว่าจำเลยทั้งสองได้ชำระหนี้อีกครั้งเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2542 จำนวน 2,000 บาท จำเลยทั้งสองนำสืบว่าไม่ได้ชำระ ภาระการพิสูจน์ว่าจำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้แก่โจทก์หรือไม่ย่อมตกแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้กล่าวอ้างตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 แต่นายนัสธกานต์ กาญจนวงศ์ พยานโจทก์เบิกความว่า ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ชำระเงินดังกล่าว ทั้งโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดที่แสดงว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้โอนเงินจำนวนดังกล่าวชำระหนี้แก่โจทก์ ข้ออ้างของโจทก์จึงเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่เชื่อว่าจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2542 จำนวน 2,000 บาท และฟังว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ 2 ปี นั้น จึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4527/2550 ธนาคารซิตี้แบงก์ โจทก์ นายศิริพัฒน์ สินสุขพร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารซิตี้แบงก์ · จำเลย - นายศิริพัฒน์ สินสุขพร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริชัย จิระบุญศรี · เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534ฎีกา 174/2520ฎีกา 5252/2550ฎีกา 234/2491ฎีกา 952/2491ฎีกา 9909/2539ฎีกา 7/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ