⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6549/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6549/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างฟ้องลูกจ้างในคดีแพ่ง และมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีแพ่งนั้น ไม่ถือเป็นการยอมความในคดีอาญา สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงไม่ระงับไป

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ร่วมฟ้องจำเลยกับพวกต่อศาลแรงงานภาค 5 เป็นการฟ้องเนื่องจากจำเลยกับพวกซึ่งเป็นลูกจ้างได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนายจ้างอันเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องในทางแพ่ง สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์ร่วมและจำเลยกับพวกจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งซึ่งไม่มีข้อตกลงว่าโจทก์ร่วมไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยในทางอาญา ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการ "ยอมความกัน" สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมไม่ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 271,565 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัทไดสตาร์เชน จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 271,565 บาท แก่ผู้เสียหาย (ที่ถูกโจทก์ร่วม) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนเงิน 271,565 บาท แก่โจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกจำเลย 6 เดือน และให้จำเลยคืนเงิน 271,565 บาท แก่โจทก์ร่วม ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 โจทก์ร่วมได้ฟ้องจำเลยกับพวกต่อศาลแรงงานภาค 5 เนื่องจากจำเลยกับพวกได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนายจ้างทุนทรัพย์ 713,174 บาท โจทก์ร่วมและจำเลยกับพวกได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยกับพวกยอมชำระเงินแก่โจทก์ร่วม 600,000 บาท ผ่อนชำระเป็นงวด ๆ หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์ร่วมบังคับคดีได้ทันที และต่างฝ่ายต่างไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งใดต่อกันในคดีดังกล่าวอีก ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ร่วมแถลงต่อศาลชั้นต้นตามรายงานกระบวนพิจารณาวันที่ 2 สิงหาคม 2549 ว่ามูลหนี้ที่โจทก์ร่วมมาร้องทุกข์ดำเนินคดีนี้เป็นมูลหนี้เดียวกันกับที่โจทก์ร่วมฟ้องจำเลยกับพวกต่อศาลแรงงานภาค 5 และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน การที่โจทก์ร่วมฟ้องจำเลยกับพวกต่อศาลแรงงานภาค 5 เป็นการฟ้องเนื่องจากจำเลยกับพวกซึ่งเป็นลูกจ้างได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนายจ้าง อันเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องในทางแพ่ง สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่ง ซึ่งไม่มีข้อตกลงว่าโจทก์ร่วมไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยในทางอาญา ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการ "ยอมความกัน" สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6549/2550 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ บริษัทไดสตาร์เชน จำกัด โจทก์ร่วม นายนคร อริยมานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · โจทก์ร่วม - บริษัทไดสตาร์เชน จำกัด · จำเลย - นายนคร อริยมานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษม วีรวงศ์ · พีรพล พิชยวัฒน์ · ฐานันท์ วรรณโกวิท
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 1979/2521ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1499/2531ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 953/2505ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 174/2538ฎีกา 5712/2545ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 380/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ