⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7334/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7334/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงินกู้ตามสัญญากู้ยืมเงิน แม้จะอ้างว่าไม่มีเจตนาให้มีผลผูกพันกัน แต่ไม่ได้แสดงเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้ง ถือเป็นคำให้การที่ไม่ได้แสดงเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้งตามกฎหมาย จำเลยจึงไม่มีประเด็นที่จะนำสืบ และข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยกู้ยืมเงินและได้รับเงินแล้วตามสัญญา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การรับว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินตามฟ้องจริง แต่ปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้รับเงินกู้ เนื่องจากจำเลยและ ท. มารดาโจทก์ ไม่มีเจตนาที่จะให้มีผลผูกพันกันเป็นการต่อสู้ว่าสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ จำเลยจึงมีภาระการพิสูจน์ แต่จำเลยไม่ได้อ้างเหตุตั้งประเด็นไว้ว่าที่จำเลยและ ท. ไม่มีเจตนาให้มีผลผูกพันกันเป็นเพราะเหตุใด แม้จำเลยจะกล่าวอ้างมาในคำให้การว่า จำเลยมีฐานะทางการเงินดีกว่า ท. ก็ไม่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าเหตุใดจำเลยและ ท. จึงทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินโดยจำเลยไม่ได้รับเงินกู้ จึงเป็นคำให้การปฏิเสธที่ไม่ได้แสดงเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง จำเลยย่อมไม่มีประเด็นที่จะนำสืบ แม้จำเลยจะนำสืบในชั้นพิจารณาก็เป็นการสืบนอกคำให้การ ต้องห้ามมิให้รับฟังตามมาตรา 87 ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า จำเลยกู้ยืมเงิน ท. และรับเงินกู้แล้วตามที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นทายาทของนางทองใบเจ้ามรดก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และนางภัทธมนเป็นผู้จัดการมรดกของนางทองใบ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2537 จำเลยกู้ยืมเงินนางทองใบ 1,000,000 บาท โดยจำเลยได้รับเงินไปครบถ้วนแล้วในวันทำสัญญา ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ครบกำหนดชำระคืนในวันที่ 1 มกราคม 2538 แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์คิดดอกเบี้ยเพียง 5 ปี ถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 750,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,750,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยให้การว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินตามฟ้องจริง แต่ไม่ได้รับเงินกู้เนื่องจากจำเลยและนางทองใบไม่มีเจตนาผูกพันกันตามหนังสือสัญญากู้ยืมเงินที่ทำขึ้น จำเลยมีฐานะทางการเงินดีกว่านางทองใบ จึงไม่มีเหตุผลที่จำเลยต้องกู้ยืมเงินนางทองใบ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ใ ห้ โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสามเป็นบุตรของนางทองใบ นางทองใบถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2546 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และนางภัทธมนเป็นผู้จัดการมรดกของนางทองใบ จำเลยลงลายมือชื่อผู้กู้ในหนังสือสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.3 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2537 ระบุว่าจำเลยกู้ยืมเงินนางทองใบไปจำนวน 1,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จำเลยได้รับเงินกู้แล้วในวันทำสัญญา กำหนดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยคืนภายในวันที่ 1 มกราคม 2538 ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสามมีว่า จำเลยต้องรับผิดชำระหนี้ตามฟ้องหรือไม่ จำเลยให้การว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินตามฟ้องจริงแต่ปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้รับเงินกู้ เนื่องจากจำเลยและนางทองใบไม่มีเจตนาที่จะให้มีผลผูกพันกันตามหนังสือสัญญากู้ยืมเงินที่ทำขึ้น คำให้การของจำเลยดังกล่าวเป็นการต่อสู้ว่าสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ จำเลยจึงมีภาระการพิสูจน์ แต่จำเลยไม่ได้อ้างเหตุตั้งประเด็นไว้ว่าที่จำเลยและนางทองใบไม่มีเจตนาให้มีผลผูกพันกันตามหนังสือสัญญากู้ยืมเงินที่ทำขึ้นนั้นเป็นเพราะเหตุใด แม้จำเลยจะกล่าวอ้างมาในคำให้การว่า จำเลยมีฐานะทางการเงินดีกว่านางทองใบ ก็ไม่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าเหตุใดจำเลยและนางทองใบจึงทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินกันขึ้นโดยจำเลยไม่ได้รับเงินกู้ จึงเป็นคำให้การปฏิเสธที่ไม่ได้แสดงเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง จำเลยย่อมไม่มีประเด็นที่จะนำสืบแม้จำเลยจะนำสืบในชั้นพิจารณา ก็เป็นการสืบนอกคำให้การ ต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า จำเลยกู้ยืมเงินนางทองใบและรับเงินกู้แล้วตามที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.3 จำเลยจึงต้องรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสามตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสามมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 1,750,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสามกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความรวม 15,000 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7334/2550 นางสาวกฤติกา วราภิโมกษ์ กับพวก โจทก์ นายนิมิตร มีศิริ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวกฤติกา วราภิโมกษ์ กับพวก · จำเลย - นายนิมิตร มีศิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 2307/2518ฎีกา 4838/2548ฎีกา 2732/2534ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 149/2526ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 5712/2541ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 119/2532ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา