⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8403/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8403/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงานภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยมีคำขอให้เพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ถือว่าเป็นการฟ้องคดีต่อพนักงานตรวจแรงงานแล้ว แม้จะไม่ได้ระบุชื่อพนักงานตรวจแรงงานเป็นจำเลยก็ตาม ศาลแรงงานมีอำนาจเรียกพนักงานตรวจแรงงานเข้ามาในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

ย่อคำพิพากษา

ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโดยมิชอบ โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน แต่พนักงานตรวจแรงงานไม่ยอมรับฟังพยานหลักฐานของโจทก์แล้วมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากจำเลย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินดังกล่าวและขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน จึงเป็นกรณีที่โจทก์ไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานและได้นำคดีไปสู่ศาลแรงงานกลางภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฯ มาตรา 125 วรรคหนึ่ง และเมื่อโจทก์ขอแก้ไขคำฟ้อง โดยขอให้เพิ่มพนักงานตรวจแรงงานเป็นจำเลยที่ 2 ก็เป็นการแสดงความประสงค์ที่จะฟ้องพนักงานตรวจแรงงานเป็นจำเลยในคดีเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานดังกล่าวแล้ว ซึ่งศาลแรงงานกลางชอบที่จะเรียกพนักงานตรวจแรงงานเข้ามาในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) (ข) กอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ฯ มาตรา 31 การที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ได้ฟ้องพนักงานตรวจแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานจึงเป็นที่สุดแล้ว พิพากษายกฟ้อง จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.125 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 0024/1198 (ที่ถูก 56/2548) และให้จำเลยชำระค่าชดเชยจำนวน 760,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้อง โดยขอให้เพิ่มพนักงานตรวจแรงงานเป็นจำเลยที่ 2 ศาลแรงงานกลางไม่อนุญาต ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เคยร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานขอให้มีคำสั่งให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ต่อมามีคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนนทบุรีที่ 56/2548 เรื่องค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าช่างเทคนิคว่าโจทก์กระทำผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (1) และ (2) ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ทราบคำสั่งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2548 โจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2548 แล้ววินิจฉัยว่าโจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานโดยไม่ได้ฟ้องพนักงานตรวจแรงงานภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย และคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานจึงเป็นที่สุด พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ศาลแรงงานกลางจะต้องเรียกพนักงานตรวจแรงงานเข้ามาในคดีหรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ทราบคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2548 และนำคดีมาสู่ศาลแรงงานกลางเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2548 โดยมีวัตถุประสงค์จะให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน และต่อมาโจทก์ได้ขอแก้ไขคำฟ้องเพื่อขอให้เรียกพนักงานตรวจแรงงานเข้ามาเป็นจำเลยด้วยแล้ว เห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิชอบ โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนนทบุรี แต่พนักงานตรวจแรงงานไม่ยอมรับฟังพยานหลักฐานของโจทก์แล้วมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากจำเลย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินดังกล่าวและขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนนทบุรีที่ 56/2548 จึงเป็นกรณีที่โจทก์ไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานและได้นำคดีไปสู่ศาลแรงงานกลางภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 วรรคหนึ่ง และเมื่อโจทก์ขอแก้ไขคำฟ้อง โดยขอให้เพิ่มพนักงานตรวจแรงงานเป็นจำเลยที่ 2 ก็เป็นการแสดงความประสงค์ที่จะฟ้องพนักงานตรวจแรงงานเป็นจำเลยในคดีเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานดังกล่าวแล้ว ซึ่งศาลแรงงานกลางชอบที่จะเรียกพนักงานตรวจแรงงานเข้ามาในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (3) (ข) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 การที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย แล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ได้ฟ้องพนักงานตรวจแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานจึงเป็นที่สุดแล้วพิพากษายกฟ้อง จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นสมควรยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31" พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งเรียกพนักงานตรวจแรงงานเข้ามาในคดี แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8403/2550 นายประพันธ์ โอรสานนท์ โจทก์ บริษัทไทยว๊าป นิตติ้ง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประพันธ์ โอรสานนท์ · จำเลย - บริษัทไทยว๊าป นิตติ้ง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัส พวงมณี · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · รัตน กองแก้ว
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 5272/2544ฎีกา 602/2488ฎีกา 2572/2541ฎีกา 8108/2542ฎีกา 8119/2540ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1660/2518ฎีกา 2962/2543ฎีกา 2898/2538ฎีกา 573/2500
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ