⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 968/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 968/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เสียหายได้รับชดใช้ค่าเสียหายและค่าทรัพย์สินที่ไม่ได้คืนจากจำเลยครบถ้วนแล้ว ผู้เสียหายย่อมหมดสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาแทนทรัพย์สินนั้นอีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 ให้จำเลยคืนแหวนทองคำ กำไลทองคำและสร้อยคำทองคำหรือใช้ราคา 37,300 บาท แก่ผู้เสียหาย ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายยื่นคำร้องว่าได้รับเงิน 40,000 บาท จากจำเลยเพื่อใช้ค่าเสียหายและค่าทรัพย์สินที่ไม่ได้คืนแล้ว ผู้เสียหายไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายอีก จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคืนทรัพย์หรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (4) และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 37,300 บาท แก่ผู้เสียหาย จึงไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม 2548 เวลากลางคืนหลังเที่ยงถึงวันที่ 26 กรกฎาคม 2548 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยปีนกำแพงขึ้นไปงัดเหล็กดัดหน้าต่างของบ้าน อันเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลและทรัพย์ แล้วปีนผ่านหน้าต่างดังกล่าวเข้าไปในบ้านพักอันเป็นเคหสถานของนายวรเชษฐ์ วชิรทรงคุณ ผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วลักทองคำและเพชรรูปพรรณต่าง ๆ รวม 14 รายการ ราคารวม 1,383,300 บาท ของผู้เสียหายซึ่งเก็บรักษาไว้ในเคหสถานดังกล่าวไปโดยทุจริต โดยในการลักทรัพย์ดังกล่าวจำเลยได้ใช้รถยนต์กระบะเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิด การพาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นการจับกุม เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมทรัพย์บางส่วนของผู้เสียหายที่ถูกลักไปรวม 14 รายการ ราคารวม 1,346,000 บาท เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) (8) ให้จำเลยคืนแหวนทองคำหนึ่งสลึง 1 วง กำไลทองคำสองสลึง 2 วง กำไลทองคำหนักหนึ่งบาท 1 วง และสร้อยคอทองคำหนักหนึ่งบาท 1 เส้น หรือใช้ราคา 37,300 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) (4) (8) วรรคสอง ลงโทษจำคุก 7 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 6 เดือน และให้จำเลยคืนแหวนทองคำหนักหนึ่งสลึง 1 วง กำไลทองคำหนักสองสลึง 2 วง กำไลทองคำหนักหนึ่งบาท 1 วง และสร้อยคอทองคำหนักหนึ่งบาท 1 เส้น ซึ่งยังไม่ได้คืนหรือใช้ราคาเป็นเงิน 37,300 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "อนึ่ง คดีนี้โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่จำนงให้เป็นทางคนเข้าหรือเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดใจไว้ให้ จึงไม่อาจลงโทษจำเลยในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (4) ได้ นอกจากนี้ปรากฏว่าในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายยื่นคำร้องว่าได้รับเงิน 40,000 บาท จากจำเลยเพื่อใช้ค่าเสียหายและค่าทรัพย์สินที่ไม่ได้คืนแล้ว ผู้เสียหายไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายอีก จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคืนทรัพย์หรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (4) ด้วย และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 37,300 บาท แก่ผู้เสียหาย จึงไม่ชอบและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ก็ไม่ได้แก้ไขให้ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) (8) วรรคสอง ยกคำขอให้จำเลยคืนทรัพย์หรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 37,300 บาท แก่ผู้เสียหายนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 968/2550 พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นายจักรพันธ์หรือเรวัฒนา บุตรราช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น · จำเลย - นายจักรพันธ์หรือเรวัฒนา บุตรราช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นุรักษ์ มาประณีต · ประทีป ปิติสันต์ · ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2480/2538ฎีกา 888/2490ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7201/2568ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา