⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10595/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10595/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทรงเช็คผู้ถือมีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามเช็ค แม้จะรับโอนเช็คมาโดยไม่ทราบข้อตกลงระหว่างผู้สั่งจ่ายกับผู้ทรงคนก่อน เว้นแต่ผู้ทรงจะรับโอนเช็คมาโดยไม่สุจริต หรือผู้สั่งจ่ายจะพิสูจน์ได้ว่าผู้ทรงรับโอนเช็คมาโดยคบคิดฉ้อฉลกับผู้ทรงคนก่อน

ย่อคำพิพากษา

ผู้ทรงเช็คผู้ถือมีสิทธิโอนโดยการส่งมอบเช็คให้แก่โจทก์โดยโจทก์หาจำต้องมีนิติสัมพันธ์กับจำเลยผู้สั่งจ่ายไม่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 918 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง และเมื่อเช็คพิพาทตกมาอยู่ในความครอบครองของโจทก์ในฐานะผู้ถือโดยโจทก์อ้างว่ามีผู้นำมาแลกเงินสดจากโจทก์ และจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนเช็คมาโดยไม่สุจริต จึงต้องฟังว่าโจทก์รับโอนเช็คพิพาทมาโดยสุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 5 โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 904 และมีสิทธิที่จะจดวันออกเช็คตามที่ถูกต้องแท้จริงลงในเช็คพิพาทซึ่งจำเลยไม่ได้ลงวันสั่งจ่ายได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 910 วรรคท้าย ประกอบ มาตรา 989 วรรคหนึ่ง เช็คพิพาทจึงเป็นเช็คที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย การที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่ ช. โดยมีข้อตกลงมิให้นำเช็คไปเบิกเงินจากธนาคาร และต่อมาได้มีการหักกลบลบหนี้กันระหว่างจำเลยกับ ช. แล้ว จึงไม่มีมูลหนี้ตามเช็คพิพาทอีกต่อไปแล้วนั้น เป็นการต่อสู้โจทก์ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างจำเลยกับ ช. ซึ่งเป็นผู้ทรงคนก่อน ๆ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 916 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง ซึ่งกฎหมายให้ผู้สั่งจ่ายยกความเกี่ยวพันระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนขึ้นต่อสู้ผู้ทรงได้ในกรณีที่ ช. หรือผู้ทรงคนถัดไปโอนเช็คพิพาทให้โจทก์โดยคบคิดกันฉ้อฉล จำเลยจึงยกข้อต่อสู้ว่าเช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ต่อกันขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าว จำเลยจึงตกเป็นฝ่ายผิดนัดต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คนั้นให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 900 วรรคหนึ่ง, 914 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง และมาตรา 224 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.910 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.914 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.916 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.918 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาจันทบุรี จำนวนเงินฉบับละ 300,000 บาท รวม 3 ฉบับ ฉบับแรกลงวันที่ 15 ตุลาคม 2545 ฉบับที่สองลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2545 และฉบับที่สามลงวันที่ 20 ธันวาคม 2545 เช็คดังกล่าวมีผู้นำมาแลกเงินสดจากโจทก์ เมื่อโจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงินปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 942,375 พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่นาย ช.เจริญไทย เพื่อเป็นหลักฐานในการเล่นแชร์โดยไม่ได้ลงวันสั่งจ่าย และมีข้อตกลงให้นำเช็คมาแลกเงินสดเมื่อมีการเปียแชร์ ไม่ให้นำเช็คไปเบิกเงินจากธนาคารและไม่อนุญาตให้บุคคลใดลงวันที่ในเช็ค เช็คพิพาทจึงไม่เป็นเช็คตามกฎหมาย ต่อมานาย ช.เจริญไชย ซื้ออะไหล่เครื่องยนต์จากจำเลยและมีการหักกลบลบหนี้ระหว่างจำเลยกับนาย ช.เจริญไชย จึงไม่มีมูลหนี้ตามเช็คพิพาทอีกต่อไปแล้ว จำเลยไม่ได้นำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดจากโจทก์หรือมอบเช็คพิพาทให้บุคคลใดนำไปแลกเงินสดจากโจทก์ จำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ โจทก์ไม่ได้เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 942,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 900,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 30 กันยายน 2546) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทรับผิดใช้เงินตามเช็ค แม้โจทก์จะไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยดังที่จำเลยให้การ แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าเช็คพิพาทเป็นเช็คสั่งจ่ายเงินแก่ผู้ถือซึ่งการโอนเช็คดังกล่าวทำได้เพียงด้วยส่งมอบให้กันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 918 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง ผู้ทรงเช็คพิพาทจึงมีสิทธิโอนเช็คให้แก่โจทก์โดยโจทก์หาจำต้องมีนิติสัมพันธ์กับจำเลยไม่ และเมื่อเช็คพิพาทตกมาอยู่ในความครอบครองของโจทก์ในฐานะผู้ถือโดยโจทก์อ้างว่ามีผู้นำมาแลกเงินสดจากโจทก์ และจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนเช็คมาโดยไม่สุจริต จึงต้องฟังว่าโจทก์รับโอนเช็คพิพาทมาโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904 และมีสิทธิที่จะจดวันออกเช็คตามที่ถูกต้องแท้จริงลงในเช็คพิพาทซึ่งจำเลยไม่ลงวันสั่งจ่ายได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 910 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง เช็คพิพาทจึงเป็นเช็คที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ที่จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่นาย ช.เจริญไชย เพื่อเป็นหลักฐานในการเล่นแชร์โดยมีข้อตกลงไม่ให้นำเช็คไปเบิกเงินจากธนาคาร ต่อมานาย ช.เจริญไชย ซื้ออะไหล่เครื่องยนต์จากจำเลยมีการหักกลบลบหนี้กันระหว่างจำเลยกับนาย ช.เจริญไชย จึงไม่มีมูลหนี้ตามเช็คพิพาทอีกต่อไปแล้วนั้น เป็นการต่อสู้โจทก์ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างจำเลยกับนาย ช.เจริญไชยซึ่งเป็นผู้ทรงคนก่อน ๆ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง ซึ่งกฎหมายให้ผู้สั่งจ่ายยกความเกี่ยวพันระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนขึ้นต่อสู้ผู้ทรงได้ในกรณีที่นาย ช.เจริญไชยหรือผู้ทรงคนถัดไปโอนเช็คพิพาทให้แก่โจทก์โดยคบคิดกันฉ้อฉลเท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ได้ต่อสู้ว่ามีการโอนเช็คพิพาทให้โจทก์โดยคบคิดกันฉ้อฉลจำเลยจึงยกข้อต่อสู้ว่าเช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ต่อกันขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้ดังนั้นแม้จะพิจารณาตามคำให้การจำเลยก็ไม่มีข้อที่จะทำให้จำเลยพ้นความรับผิดตามเช็คที่โจทก์ฟ้องได้ คดีย่อมวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยที่สืบมาแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าว จำเลยจึงตกเป็นฝ่ายผิดนัดต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คนั้นให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900 วรรคหนึ่ง, 914 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง และมาตรา 224 วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 5,000 บาท แทนโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10595/2551 นางปรานอม โรจนมณเฑียร โจทก์ นายวีระ สงวนเศรษฐกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปรานอม โรจนมณเฑียร · จำเลย - นายวีระ สงวนเศรษฐกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชาติ เอี่ยมประไพ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล · มนูพงศ์ รุจิกัณหะ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 610/2520ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 5603/2542ฎีกา 1739/1739ฎีกา 1781/2509ฎีกา 1195/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 425/2520ฎีกา 698/2537ฎีกา 4225/2529ฎีกา 369/2522ฎีกา 2902/2557ฎีกา 912/2490ฎีกา 4873/2528ฎีกา 18343/2556ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 104/2518ฎีกา 3329/2550ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 270/2496
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ