⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10917/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10917/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ขอให้เพิกถอนการพิจารณาคดีทั้งหมดเพื่อพิจารณาพยานหลักฐานใหม่นั้น จะกระทำได้ต่อเมื่อมีการดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ แล้วพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นกรณีที่ศาลรับฟังคำรับของจำเลยตามที่ให้การไว้ มิใช่รับฟังจากพยานหลักฐานการรังวัดที่ดินพิพาท การรับฟังพยานหลักฐานของศาลจึงไม่ผิดระเบียบในอันที่จำเลยจะร้องขอให้เพิกถอนได้ การที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้เพิกถอนการพิจารณาคดีทั้งหมดแล้วให้พิจารณาคดีใหม่ โดยกล่าวอ้างว่ามีพยานหลักฐานใหม่นั้น จึงมิใช่เป็นเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่อาจมีการพิจารณาคดีเพื่อพิจารณาพยานหลักฐานใหม่ของจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินและรื้อถอนบ้านเลขที่ 16 ออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 9116 หมู่ที่ 1 ตำบลผักไห่ อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท แก่โจทก์ นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 8 มีนาคม 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สิน รื้อถอนบ้านออกไป คดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาคดีของศาลทั้งหมด เพราะศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีการับฟังพยานหลักฐานในส่วนที่เกี่ยวกับการรังวัดที่ดินของโจทก์นั้นไม่ถูกต้อง และไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลได้โปรดพิจารณาพยานหลักฐานใหม่โดยให้รังวัดที่ดินของโจทก์ใหม่เนื่องจากเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ได้ถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาศาลฎีกา ทั้งการพิจารณาคดีและการพิจารณาพยานหลักฐานของศาลในสำนวนไม่ปรากฏว่าผิดระเบียบแต่อย่างใด ทั้งไม่มีเหตุที่จะงดการบังคับคดี ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นข้อพิพาทมีว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ว่า จำเลยไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์แล้วพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินและรื้อถอนบ้านเลขที่ 16 ออกไปจากที่ดินของโจทก์ ซึ่งเป็นกรณีที่ศาลรับฟังคำรับของจำเลยตามที่ให้การไว้ มิใช่รับฟังจากพยานหลักฐานการรังวัดที่ดินพิพาทดังที่จำเลยกล่าวอ้าง การรับฟังพยานหลักฐานของศาลในคดีนี้จึงไม่ผิดระเบียบในอันที่จำเลยจะร้องขอให้เพิกถอนได้ ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้เพิกถอนการพิจารณาคดีทั้งหมดแล้วให้พิจารณาคดีใหม่ โดยกล่าวอ้างว่ามีพยานหลักฐานใหม่นั้น มิใช่เป็นเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบแต่อย่างใด จึงไม่อาจมีการพิจารณาคดีเพื่อพิจารณาพยานหลักฐานใหม่ของจำเลยได้ ที่ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10917/2551 นายประสิทธิ์ ปรีชาพืช โจทก์ นางสาวอุดม จารุจันทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสิทธิ์ ปรีชาพืช · จำเลย - นางสาวอุดม จารุจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ อเนกพุฒิ · ศิริชัย จิระบุญศรี · ศุภชัย สมเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายประพันธ์ ดลนิมิตสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1471/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2530ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1572/2511ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2898/2538ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 3827/2542ฎีกา 674/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา