⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1161/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ขายฝากไม่ไถ่ถอนทรัพย์สินที่ขายฝากภายในกำหนด ทรัพย์สินนั้นย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้รับซื้อฝากโดยเด็ดขาด และไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดที่บังคับให้ทรัพย์สินของผู้รับซื้อฝากต้องตกเป็นภาระจำยอมแก่สิ่งปลูกสร้างของผู้ขายฝาก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาขายฝากที่ดินและบ้านแก่จำเลยแล้วไม่ไถ่ถอนภายในกำหนด ส่วน ม. ทำสัญญาขายฝากที่ดินอีกแปลงหนึ่งแก่จำเลย แล้วไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดเช่นเดียวกัน จึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย และไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่บัญญัติให้ที่ดินของจำเลยส่วนที่โจทก์ทั้งสองปลูกบ้านตกเป็นภาระจำยอมแก่ของโจทก์ทั้งสอง จำเลยไม่มีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการจดทะเบียนให้ที่ดินของจำเลยตกเป็นภาระจำยอมแก่บ้านของโจทก์ทั้งสอง จึงยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะคุ้มครองประโยชน์ไว้ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาตามที่โจทก์ทั้งสองมีคำขอ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 103403 เนื้อที่ 5 ไร่ 12 ตารางวา และบ้านเลขที่ 20/1, 20/5 และ 20/10 (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นบ้านเลขที่ 236, 240 และ 242) ซึ่งปลูกบนที่ดินดังกล่าว เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2540 โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 103403 และบ้านเลขที่ 20/5 แก่จำเลยมีกำหนดไถ่ถอนภายใน 1 ปี เป็นเงิน 23,400,000 บาท แล้วโจทก์ที่ 1 ไม่ได้ไถ่ถอนภายในกำหนด บ้านเลขที่ 20/1 และ 20/10 ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ 1 อยู่ และนางมะลิภรรยาของโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นมารดาของโจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 75892 เนื้อที่ 1 ไร่ 1 ตารางวา โจทก์ที่ 2 ได้ปลูกบ้าน 2 หลัง เลขที่ 1/4 บนที่ดินดังกล่าวโดยได้รับอนุญาตจากนางมะลิ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2540 นางมะลิทำสัญญาขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 75892 แก่จำเลย ในราคา 10,400,000 บาท มีกำหนดไถ่ถอนภายใน 1 ปี แล้วนางมะลิไม่ได้ไถ่ถอนภายในกำหนด บ้านเลขที่ 1/4 ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ 2 อยู่ โจทก์ทั้งสองได้เจรจาขอชำระค่าใช้ที่ดินเฉพาะส่วนที่บ้านทั้งสี่หลังปลูกอยู่แต่จำเลยไม่ยินยอม เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสอง จำเลยมีหน้าที่ไปจดทะเบียนให้ที่ดินของจำเลยตกเป็นภาระจำยอมแก่บ้านทั้งสี่หลังของโจทก์ทั้งสองโดยโจทก์ที่ 1 ยอมชำระค่าใช้ที่ดินแก่จำเลยเดือนละ 5,000 บาท และโจทก์ที่ 2 ยอมชำระค่าใช้ที่ดินแก่จำเลยเดือนละ 3,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนให้ที่ดินของจำเลยตกเป็นภาระจำยอมแก่บ้านทั้งสี่หลังของโจทก์ทั้งสอง หากจำเลยไม่ดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ 1 และนางมะลิทำสัญญาขายฝากที่ดินของโจทก์ที่ 1 และของนางมะลิแก่จำเลยแล้วไม่ได้ไถ่ถอนการขายฝากภายในกำหนด ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ขายฝากจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย จำเลยเคยฟ้องขับไล่โจทก์ที่ 1 และนางมะลิให้ออกจากที่ดินทั้งสองแปลงและคดีดังกล่าวโจทก์ที่ 1 นางมะลิ และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลพิพากษาตามยอม แต่โจทก์ที่ 1 และนางมะลิไม่ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม การที่โจทก์ทั้งสองนำคดีมาฟ้องโดยอาศัยมูลเหตุอันเนื่องมาจากข้อพิพาทในคดีดังกล่าว ฟ้องโจทก์ทั้งสองจึงเป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยจำต้องสืบพยานโจทก์ทั้งสองและจำเลย จึงมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ทั้งสองและจำเลย และพิพากษายกฟ้องให้โจทก์ทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานโจทก์ทั้งสอง และยื่นคำร้องว่าตามคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองนั้นโจทก์ทั้งสองจะเป็นฝ่ายชนะคดี แต่เนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีกำลังจะรื้อถอนบ้านทั้งสี่หลังของโจทก์ทั้งสองในคดีที่จำเลยฟ้องให้โจทก์ทั้งสองรื้อถอนบ้านทั้งสี่หลังออกไปจากที่ดินของจำเลย หากมีการรื้อถอนบ้านทั้งสี่หลังของโจทก์ทั้งสองออกไป บ้านดังกล่าวจะกลายเป็นเศษอิฐเศษปูน ไม่สามารถที่จะนำไปปลูกสร้างบ้านใหม่ได้อีก ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ทั้งสองในระหว่างการพิจารณาโดยมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระงับการรื้อถอนบ้างทั้งสี่หลังไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องขอเพียงให้จำเลยไปจดทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินของจำเลยให้แก่โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีเหตุที่จะคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ทั้งสองในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีกำลังจะรื้อถอนบ้านของโจทก์ทั้งสองออกไปจากที่ดินของจำเลยในคดีที่จำเลยฟ้องขับไล่โจทก์ทั้งสองนั้น เป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งสองไปขอคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ทั้งสองหรือขอทุเลาการบังคับคดีในคดีดังกล่าว มิใช่มาขอคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ทั้งสองในคดีนี้ได้ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองมีว่า มีเหตุผลเพียงพอที่จะคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ทั้งสองไว้ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า การร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 จะต้องเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอเพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิ หรือประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งที่พิพาทกันในคดีนั้นได้รับความคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษา หรือเพื่อความสะดวกในการบังคับคดีตามคำพิพากษา คดีนี้โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 103403 ตำบลประเวศ (คลองประเวศฝั่งเหนือ) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร และบ้านเลขที่ 20/5 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร แก่จำเลย แล้วไม่ได้ใช้สิทธิไถ่ถอนภายในกำหนด ส่วนนางมะลิทำสัญญาขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 75892 ตำบลประเวศ (คลองประเวศฝั่งเหนือ) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร แก่จำเลย แล้วไม่ได้ใช้สิทธิไถ่ถอนภายในกำหนดเช่นเดียวกัน ที่ดินของโจทก์ที่ 1 และที่ดินของนางมะลิดังกล่าวจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย และไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่บัญญัติให้ที่ดินของจำเลยส่วนที่โจทก์ทั้งสองปลูกบ้านทั้งสี่หลักตกเป็นภาระจำยอมแก่บ้านทั้งสี่หลังของโจทก์ทั้งสอง จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการจดทะเบียนให้ที่ดินของจำเลยตกเป็นภาระจำยอมแก่บ้านทั้งสี่หลังของโจทก์ทั้งสอง เมื่อพิเคราะห์ถึงรูปคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ทั้งสองไว้ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาตามที่โจทก์ทั้งสองมีคำขอ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ทั้งสองมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2551 นายประสิทธิ์ ลีอ่ำ กับพวก โจทก์ นางประนอม ธำรงศรีสุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสิทธิ์ ลีอ่ำ กับพวก · จำเลย - นางประนอม ธำรงศรีสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · บุญรอด ตันประเสริฐ · ชัชลิต ละเอียด
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3801/2536ฎีกา 733/2492ฎีกา 4273/2531ฎีกา 14246/2557ฎีกา 7280/2549ฎีกา 4085/2546ฎีกา 2580/2527ฎีกา 2467/2536ฎีกา 920/2524ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 4309/2534ฎีกา 1565/2530ฎีกา 258/2549ฎีกา 3900/2532ฎีกา 1287/2513ฎีกา 2077/2539ฎีกา 1040/2529ฎีกา 778/2503ฎีกา 8876/2551ฎีกา 1905/2531ฎีกา 377/2523ฎีกา 3282/2536ฎีกา 4592/2539ฎีกา 1023/2479
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา