⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3799/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3799/2551

ป.พ.พ. ม.806

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ตัวแทนซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของผู้เป็นตัวการ ได้นำทรัพย์สินนั้นไปจดทะเบียนจำนองแก่บุคคลภายนอก ถือว่าผู้เป็นตัวการยอมให้ตัวแทนทำการออกหน้าเป็นตัวการในการจำนองนั้น ผู้เป็นตัวการจึงไม่อาจทำให้เสื่อมเสียถึงสิทธิของบุคคลภายนอกที่มีต่อตัวแทนได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 26707 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยให้จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแทนผู้ร้อง กรณีเช่นนี้ จำเลยย่อมมีฐานะเป็นตัวแทนของผู้ร้องและผู้ร้องอยู่ในฐานะเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ การที่จำเลยซึ่งมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินพิพาทนำที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่โจทก์ถือว่าผู้ร้องยอมให้จำเลยซึ่งเป็นตัวแทนของตนทำการออกหน้าเป็นตัวการในการจำนองที่ดินพิพาทดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่อาจจะทำให้เสื่อมเสียถึงสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่มีต่อจำเลยซึ่งเป็นตัวแทน และโจทก์ขวนขวายได้มาแต่ก่อนที่รู้ว่าจำเลยเป็นตัวแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 806 การจำนองที่ดินพิพาทที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์ จึงมีผลผูกพันผู้ร้อง ทั้งนี้ไม่ว่าผู้ร้องจะทราบเรื่องการจดทะเบียนจำนองหรือไม่ก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.806

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.806 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 504,190.15 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่ศาลไม่สั่งคืนและค่าทนายความแทนโจทก์จำนวน 3,000 บาท หากจำเลยผิดนัดชำระหนี้ยินยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที และเมื่อขายทรัพย์จำนองแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ยินยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 26707 ตำบลมีชัย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพื่อขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ โดยผู้ร้องให้จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์แทนผู้ร้อง จำเลยนำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไปจำนองเป็นประกันการกู้เงินไว้แก่โจทก์โดยผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นยินยอม ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ถอนการยึดที่ดินพิพาทดังกล่าว โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลยซึ่งนำมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกันการกู้เงินไว้แก่โจทก์ โจทก์จึงสิทธิบังคับคดีได้โดยชอบด้วยกฎหมายขอให้ยกคำร้อง วันนัดสืบพยานผู้ร้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานแล้วพิพากษายกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ผู้ร้องฎีกาว่า ข้อเท็จจริงยังไม่อาจรับฟังเป็นยุติได้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทหรือไม่ การที่จำเลยนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่โจทก์ผู้ร้องทราบหรือไม่ และโจทก์ทราบเรื่องการเป็นตัวแทนหรือไม่ ขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับโดยให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของผู้ร้องและมีคำสั่งตามรูปคดีต่อไปนั้น เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามคำร้องของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 26707 ตำบลมีชัย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคายพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยให้จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแทนผู้ร้องตามที่กล่าวอ้าง กรณีเช่นนี้ จำเลยย่อมมีฐานะเป็นตัวแทนของผู้ร้องและผู้ร้องอยู่ในฐานะเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ การที่จำเลยซึ่งมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินพิพาทนำที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่โจทก์ ถือว่าผู้ร้องยอมให้จำเลยซึ่งเป็นตัวแทนของตนทำการออกหน้าเป็นตัวการในการจำนองที่ดินพิพาทดังกล่าวผู้ร้องจึงไม่อาจจะทำให้เสื่อมเสียถึงสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่มีต่อจำเลยซึ่งเป็นตัวแทน และโจทก์ขวนขวายได้มาแต่ก่อนที่รู้ว่าจำเลยเป็นตัวแทน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 806 การจำนองที่ดินพิพาทที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์จึงมีผลผูกพันผู้ร้อง ทั้งนี้ไม่ว่าผู้ร้องจะทราบเรื่องการจดทะเบียนจำนองหรือไม่ก็ตามส่วนข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์ทราบเรื่องจำเลยเป็นตัวแทนหรือไม่อย่างไรนั้น ผู้ร้องมิได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงดังกล่าวมาในคำร้อง จึงเป็นเรื่องนอกเหนือจากคำร้อง ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธินำพยานหลักฐานมาสืบเพื่อสนับสนุนข้ออ้างดังกล่าว กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะไต่สวนคำร้องของผู้ร้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ร้องโดยไม่ไต่สวนคำร้องนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3799/2551 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายไชยา โคตรสมบูรณ์กุล ผู้ร้อง นายอุทัย สมประสพสุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - นายไชยา โคตรสมบูรณ์กุล · จำเลย - นายอุทัย สมประสพสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป เฉลิมภัทรกุล · วีระชาติ เอี่ยมประไพ · มนูพงศ์ รุจิกัณหะ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5059/2538ฎีกา 710/2542ฎีกา 1130/2544ฎีกา 1451/2521ฎีกา 1130/2545ฎีกา 213/2504ฎีกา 21414/2556ฎีกา 1770/2506ฎีกา 2303/2553ฎีกา 4446/2545ฎีกา 9186/2551ฎีกา 6484/2541ฎีกา 4379/2562ฎีกา 1063/2502ฎีกา 437/2494ฎีกา 4362/2539ฎีกา 2761/2549ฎีกา 6576/2538ฎีกา 1222/2518ฎีกา 820/2491ฎีกา 2823/2543ฎีกา 465/2525ฎีกา 968-970/2499ฎีกา 531/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ