⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4110/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4110/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความในระหว่างพิจารณา แม้จะแตกต่างจากที่โจทก์ฟ้องเล็กน้อย แต่ไม่เป็นสาระสำคัญและจำเลยไม่หลงต่อสู้ ย่อมทำได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองว่าร่วมกันเล่นการพนันสี่เหงาลัก อันเป็นการพนันในบัญชี ก. อันดับ 20 ท้าย พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 แต่ในทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทั้งสองเล่นการพนันโปปั่น ซึ่งเป็นการพนันในบัญชี ก. อันดับ 2 กรณีไม่ถือว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาแตกต่างจากฟ้องและมิใช่ข้อสาระสำคัญ เมื่อจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธจึงไม่หลงข้อต่อสู้ ทั้งไม่ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลย่อมลงโทษจำเลยทั้งสองตามฐานความผิดที่ได้ความได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง และวรรคสาม ประกอบมาตรา 215, 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.12

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 33 ริบของกลางและจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 (ที่แก้ไขแล้ว) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 33 ปรับคนละ 2,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง กับให้จำเลยทั้งสองจ่ายสินบนนำจับคนละกึ่งหนึ่งของค่าปรับ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองกับพวกเล่นการพนันสี่เหงาลักตามที่โจทก์ฟ้องและศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองได้หรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองกับพวกเล่นการพนันสี่เหงาลักก็เป็นความเข้าใจของโจทก์ แม้ชั้นพิจารณาโจทก์จะอ้างความเห็นของร้อยตำรวจเอกนิพนธ์ผู้ชำนาญการพนันฯ ต่อศาล แต่ความเห็นของร้อยตำรวจเอกนิพนธ์เป็นการให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเล่นการพนันที่เรียกว่าสี่เหงาลัก ไม่ใช่หลักฐานที่จะแสดงว่าจำเลยทั้งสองกับพวกเล่นการพนันสี่เหงาลักร้อยตำรวจเอกนิพนธ์ไม่รู้เห็นเหตุการณ์คดีนี้ ไม่ได้ร่วมจับจำเลยทั้งสองกับพวก ฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองเล่นการพนันโปปั่นซึ่งเป็นการพนันบัญชี ก. อันดับที่ 2 ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการพนันฯ ซึ่งเป็นการพนันบัญชีเดียวกันกับสี่เหงาลัก อันดับที่ 20 และไม่ถือว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาแตกต่างจากฟ้องที่โจทก์ขอให้ลงโทษดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย จึงมิใช่ข้อสาระสำคัญ และจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธจึงไม่หลงข้อต่อสู้ทั้งไม่ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยทั้งสองตามฐานความผิดที่ได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง และวรรคสาม ประกอบมาตรา 215 มาตรา 225 ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4110/2551 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ จ่าสิบตำรวจทวี พันธุระ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - จ่าสิบตำรวจทวี พันธุระ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เอกชัย ชินณพงศ์ · สมศักดิ์ จันทรา · ชวลิต สุจริตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายนพปฎล เมืองรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นางคำนวน เทียมสอาด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.351/2548

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา