⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5792/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5792/2551

ป.พ.พ. ม.1349

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทางน้ำเช่นแม่น้ำก็ถือเป็นทางสาธารณะตามความหมายของ ป.พ.พ. มาตรา 1349 วรรคหนึ่ง การที่ทางน้ำไม่สะดวกหรือไม่สอดคล้องกับความเจริญของบ้านเมือง ไม่ทำให้ทางน้ำนั้นสิ้นสภาพการเป็นทางสาธารณะไป

ย่อคำพิพากษา

ป.พ.พ. มาตรา 1349 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ที่ดินแปลงใดมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าของที่ดินแปลงนั้นจะผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้" ทางสาธารณะมิได้จำกัดเฉพาะทางบกเท่านั้นทางน้ำเช่นแม่น้ำนครชัยศรี ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐก็เป็นทางสาธารณะ แม้การสัญจรทางแม่น้ำนครชัยศรีจะไม่สะดวกไม่สอดคล้องกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเท่าการสัญจรทางบกดังที่โจทก์ทั้งสองอ้าง ก็หาทำให้แม่น้ำนครชัยศรีสิ้นสภาพการเป็นทางสาธารณะไปไม่ ทั้งที่ดินของโจทก์ทั้งสองตลอดแนวด้านทิศตะวันออกติดแม่น้ำนครชัยศรี โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าการเข้าออกจากที่ดินของโจทก์ทั้งสองสู่แม่น้ำนครชัยศรี ต้องข้ามสระ บึง หรือมีที่ชันอันมีระดับที่ดินกับแม่น้ำนครชัยศรีซึ่งเป็นทางสาธารณะสูงกว่ากันมาก อันจะถือเป็นเหตุอนุโลมเสมือนว่าที่ดินของโจทก์ทั้งสองไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 995/2545 คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 996/2545 คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 998/2545 และคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 999/2545 ของศาลชั้นต้น แต่คดีทั้งสี่สำนวนดังกล่าวยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นคงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้ โจทก์ทั้งสองฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งแปดร่วมกันเปิดทางในที่ดินโฉนดเลขที่ 173 ตำบลบางยุง (บางเลน) อำเภอบางปลา (บางเลน) แขวงเมืองนครไชยศรี (จังหวัดนครปฐม) กว้างประมาณ 6 เมตร ยาวจากทางสาธารณะจนถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 172 ของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งแปดรื้อถอนประตูรั้วและสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินส่วนที่เป็นทางดังกล่าว หากจำเลยทั้งแปดไม่ดำเนินการให้โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ดำเนินการโดยจำเลยทั้งแปดเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย จำเลยทั้งแปดให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์แต่ละสำนวนใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งแปด โดยกำหนดค่าทนายความให้สำนวนละ 3,000 บาท โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ให้โจทก์ทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยทั้งแปด 1,000 บาท โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งสองโฉนดเลขที่ 172 ตำบลบางยุง (บางเลน) อำเภอบางปลา (บางเลน) แขวงเมืองนครไชยศรี (จังหวัดนครปฐม) ด้านทิศตะวันออกตลอดแนวติดแม่น้ำนครชัยศรี ทิศเหนือและทิศตะวันตกติดที่ดินผู้มีชื่อ ทิศใต้ติดที่ดินของจำเลยทั้งแปดโฉนดเลขที่ 173 ตำบลบางยุง (บางเลน) อำเภอบางปลา (บางเลน) แขวงเมืองนครไชยศรี (จังหวัดนครปฐม) จำเลยทั้งแปดทำทางพิพาทกว้างประมาณ 6 เมตร จากทางสาธารณะเข้ามาในที่ดินของจำเลยทั้งแปด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิเรียกให้จำเลยทั้งแปดเปิดทางพิพาทเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสองหรือไม่ โดยโจทก์ทั้งสองฎีกาว่า แม้ที่ดินของโจทก์ทั้งสองอยู่ติดแม่น้ำนครชัยศรี แต่แม่น้ำนครชัยศรีเป็นที่ดินของรัฐ ถือว่าที่ดินของโจทก์ทั้งสองมีที่ดินของผู้อื่นล้อมรอบอยู่นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ที่ดินแปลงใดมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าของที่ดินแปลงนั้นจะผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้" ทางสาธารณะมิได้จำกัดเฉพาะทางบกเท่านั้น ทางน้ำเช่นแม่น้ำนครชัยศรีซึ่งเป็นที่ดินของรัฐก็เป็นทางสาธารณะ แม้การสัญจรทางแม่น้ำนครชัยศรีจะไม่สะดวกไม่สอดคล้องกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเท่าการสัญจรทางบกดังที่โจทก์ทั้งสองอ้าง ก็หาทำให้แม่น้ำนครชัยศรีสิ้นสภาพการเป็นทางสาธารณะไปไม่ ทั้งที่ดินของโจทก์ทั้งสองตลอดแนวด้านทิศตะวันออกติดแม่น้ำนครชัยศรี โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าการเข้าออกจากที่ดินของโจทก์ทั้งสองสู่แม่น้ำนครชัยศรีต้องข้ามสระ บึง หรือมีที่ชันอันมีระดับที่ดินกับแม่น้ำนครชัยศรีซึ่งเป็นทางสาธารณะสูงกว่ากันมาก อันจะถือเป็นเหตุอนุโลมเสมือนว่าที่ดินของโจทก์ทั้งสองไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 วรรคสอง โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยทั้งแปดเปิดทางพิพาทเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสองได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5792/2551 นายดวง ดาโสม กับพวก โจทก์ นายวิรัช พรประสิทธิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายดวง ดาโสม กับพวก · จำเลย - นายวิรัช พรประสิทธิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เนตรมัย · รัตน กองแก้ว · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 9248/2544ฎีกา 404/2507ฎีกา 389/2541ฎีกา 4564/2543ฎีกา 6369/2550ฎีกา 1370/2520ฎีกา 653/2516ฎีกา 326/2533ฎีกา 1194/2508ฎีกา 6229/2551ฎีกา 2920/2537ฎีกา 728/2538ฎีกา 1134/2516ฎีกา 7600/2540ฎีกา 2061/2529ฎีกา 991/2536ฎีกา 464/2540ฎีกา 6971/2539ฎีกา 116/2515ฎีกา 517/2509ฎีกา 4935/2541ฎีกา 6302/2541ฎีกา 602/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ