⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6479/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6479/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับลูกหนี้ และศาลพิพากษาตามยอม ทำให้หนี้เดิมของลูกหนี้นั้นระงับสิ้นไป และลูกหนี้ต้องรับผิดตามสัญญาประนีประนอมยอมความเท่านั้น ผู้ค้ำประกันหนี้เดิมจึงหลุดพ้นจากความรับผิด

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะทำสัญญาค้ำประกันหนี้เงินกู้ของ จ. โดยยอมรับผิดร่วมกับ จ. อย่างลูกหนี้ร่วมก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับ จ. และศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม ความรับผิดของ จ. ตามสัญญากู้ยืมเงินย่อมระงับสิ้นไปและทำให้ จ. ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 และมาตรา 852 เมื่อความรับผิดของ จ. ต่อโจทก์เปลี่ยนเป็นความรับผิดตามสัญญาประนีประนอมยอมความ หนี้ของ จ. ตามสัญญากู้เงินจึงระงับสิ้นไป จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินของ จ. จึงหลุดพ้นความรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 698

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.698 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 36,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 36,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 7 ตุลาคม 2546) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ทั้งนี้ให้จำเลยรับผิดไม่เกินจำนวนหนี้ที่นางจิริสุดา (ผู้กู้) ยังค้างชำระแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 30,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 600 บาทแทนโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2545 นางจิริสุดาทำสัญญากู้เงินโจทก์ 30,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ครบกำหนดชำระต้นเงินคืนภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2545 จำเลยทำสัญญาค้ำประกันหนี้เงินกู้ดังกล่าวโดยยอมร่วมรับผิดกับนางจิริสุดาอย่างลูกหนี้ร่วม ต่อมานางจิริสุดาผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงฟ้องนางจิริสุดาและจำเลยต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1362/2545 แต่โจทก์ได้ขอถอนฟ้องจำเลยและทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับนางจิริสุดาโดยมีข้อตกลงว่า นางจิริสุดายอมชำระเงินจำนวน 31,125 บาท แก่โจทก์ และจะผ่อนชำระไม่น้อยกว่าเดือนละ 500 บาท งวดแรกจะชำระให้โจทก์ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2545 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 10 ของทุกเดือนจนกว่าจะชำระหนี้ครบ หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีและยอมชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2545 เป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1543/2545 คดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมานางจิริสุดาผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า การที่โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับนางจิริสุดามีผลทำให้จำเลยหลุดพ้นความรับผิดหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะทำสัญญาค้ำประกันหนี้เงินกู้ของนางจิริสุดาโดยยอมรับผิดร่วมกับนางจิริสุดาอย่างลูกหนี้ร่วมก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับนางจิริสุดาและศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม ความรับผิดของนางจิริสุดาตามสัญญากู้ยืมเงินย่อมระงับสิ้นไปและทำให้นางจิริสุดาต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 และมาตรา 852 เมื่อความรับผิดของนางจิริสุดาต่อโจทก์เปลี่ยนเป็นความรับผิดตามสัญญาประนีประนอมยอมความ หนี้ของนางจิริสุดาตามสัญญากู้เงินจึงระงับสิ้นไป จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินของนางจิริสุดาจึงหลุดพ้นจากความรับผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698 โจทก์ไม่อาจฟ้องบังคับให้จำเลยรับผิดตามสัญญาค้ำประกันได้อีกต่อไป คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยเพราะไม่อาจทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปได้ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาให้จำเลยรับผิดตามสัญญาค้ำประกันนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6479/2551 นายสมชัย มุกธวัตร โจทก์ นางบุญเยี่ยม วิริยะกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมชัย มุกธวัตร · จำเลย - นางบุญเยี่ยม วิริยะกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · บุญรอด ตันประเสริฐ · สนอง เล่าศรีวรกต
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3833/2552ฎีกา 3191/2547ฎีกา 3490/2548ฎีกา 2335/2551ฎีกา 766/2543ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5283/2540ฎีกา 4800/2534ฎีกา 8182/2540ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 727/2567ฎีกา 5811/2533ฎีกา 566/2553ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 308/2509ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1280/2502ฎีกา 306/2473ฎีกา 953/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ