⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 760/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 760/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลเรียกพยานเอกสารเข้ามาสู่สำนวนหลังเสร็จสิ้นการสืบพยาน โดยไม่มีการแจ้งให้คู่ความทราบเพื่อคัดค้านหรือโต้แย้ง ถือเป็นการไม่ชอบด้วยการพิจารณาและทำให้คู่ความเสียเปรียบในการต่อสู้คดี

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งศาลภาษีอากรกลางที่ให้เรียกพยานเอกสารเข้ามาสู่สำนวนความหลังเสร็จสิ้นการสืบพยาน เป็นพยานหลักฐานอันเกี่ยวกับประเด็นในคดี ซึ่งจำเลยที่ 2 ขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมไว้แล้ว แต่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตภายหลังศาลภาษีอากรกลางกลับเห็นว่า เอกสารเหล่านี้เป็นประโยชน์ในการพิจารณาพิพากษาคดี จึงเรียกพยานหลักฐานนั้นเข้ามาสู่สำนวนหลังเสร็จสิ้นการสืบพยานจำเลยที่ 2 ประมาณ 1 เดือน โดยไม่มีการแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้คู่ความทั้งสองฝ่ายทราบเพื่อที่จะได้มีโอกาสเข้ามาคัดค้าน หรือโต้แย้งความถูกต้องแท้จริงแห่งเอกสารดังกล่าว แม้ต่อมามีการเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาแต่คู่ความก็มิได้มาศาล ทั้งมิได้มีการแจ้งคำสั่งเกี่ยวกับการเรียกพยานเอกสารดังกล่าวให้คู่ความทราบอีกเช่นกัน การที่ศาลภาษีอากรกลางนำพยานเอกสารดังกล่าวมาวินิจฉัยให้โจทก์แพ้คดี จึงไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและไม่ชอบด้วยการพิจารณา เพราะทำให้โจทก์เสียเปรียบในการต่อสู้คดี ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรฯ มาตรา 17 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 86 วรรคท้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.17

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าปรับจำนวน 1,071,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องจำนวน 229,751.50 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,300,751.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของค่าปรับจำนวน 1,071,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ทั้งไม่เคยจัดตั้งหรือก่อตั้งจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ไม่เคยติดต่อหรือมีนิติสัมพันธ์ใดกับโจทก์ไม่เคยดำเนินธุรกิจตามที่โจทก์ฟ้อง เหตุที่จำเลยที่ 2 ถูกฟ้องเพราะจำเลยที่ 2 และนายมงคล สงวนศักดิ์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนในการจดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นถูกนำบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านไปจดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วน จำกัด ลายมือชื่อในท้ายหนังสือรับรองและคำขออนุญาตเป็นผู้ใช้สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนซึ่งได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เอกสารท้ายฟ้องโจทก์ มิใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมเช่นเดิมซ้ำอีกในวันนั้น ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง ก่อนศาลภาษีอากรกลางอ่านคำพิพากษา ศาลภาษีอากรกลางตรวจสำนวนแล้วเห็นว่ามีเอกสารบางรายการอาจเป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดี จึงมีคำสั่งเรียกเอกสาร 4 รายการ ตามที่ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณามาประกอบการพิจารณาคดี ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "เอกสารที่ศาลภาษีอากรกลางเรียกมาภายหลังนั้น เป็นพยานหลักฐานสำคัญอันเกี่ยวกับประเด็นในคดี ซึ่งจำเลยที่ 2 ขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมไว้แล้ว แต่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตภายหลังศาลภาษีอากรกลางเองกลับเห็นว่า เอกสารเหล่านั้นเป็นประโยชน์ในการพิจารณาพิพากษาคดี จึงเรียกพยานหลักฐานนั้นเข้ามาสู่สำนวนความหลังเสร็จสิ้นการสืบพยานจำเลยที่ 2 ประมาณ 1 เดือน โดยไม่มีการแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้คู่ความทั้งสองฝ่ายทราบโดยเฉพาะโจทก์เพื่อที่โจทก์จะได้มีโอกาสเข้ามาคัดค้านหรือโต้แย้งความถูกต้องแท้จริงแห่งเอกสารดังกล่าว แม้ต่อมามีการเลื่อนการนัดฟังคำพิพากษาแต่คู่ความก็ไม่มาศาล ทั้งไม่ได้มีการแจ้งคำสั่งเกี่ยวกับการเรียกเอกสารดังกล่าวให้คู่ความทราบอีกเช่นกัน การที่ศาลภาษีอากรกลางนำพยานเอกสารดังกล่าวมาวินิจฉัยชี้ขาดให้โจทก์แพ้คดี จึงไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและไม่ชอบด้วยการพิจารณา เพราะทำให้โจทก์เสียเปรียบในการต่อสู้คดี ไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคท้าย ชอบที่ศาลภาษีอากรกลางจะต้องให้โอกาสคู่ความนำสืบเกี่ยวกับเอกสารดังกล่าวให้สิ้นกระแสความเสียก่อน ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนให้ศาลภาษีอากรกลางสืบพยานเพื่อฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยในประเด็นตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ในส่วนของเอกสารที่ศาลภาษีอากรกลางเรียกเข้ามาในสำนวนความภายหลัง โดยให้โอกาสโจทก์ได้โต้แย้งคัดค้านความถูกต้องแท้จริงของเอกสารดังกล่าวก่อน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 29 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (2)" พิพากษายกคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ใหศาลภาษีอากรกลางดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 760/2551 กรมสรรพสามิต โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดวังศาลาก่อสร้าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพสามิต · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดวังศาลาก่อสร้าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาลี ทัพภวิมล · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · องอาจ โรจนสุพจน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4964/2539ฎีกา 4359/2540ฎีกา 2779/2544ฎีกา 5528/2534ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 108/2538ฎีกา 2884/2541ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1384/2518ฎีกา 959/2544ฎีกา 536/2536ฎีกา 8119/2540ฎีกา 196/2523ฎีกา 1603/2551ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 1500/2542ฎีกา 1162/2515ฎีกา 1350/2495ฎีกา 960/2544ฎีกา 7828/2547ฎีกา 2647/2535ฎีกา 3005/2541ฎีกา 3763/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ