คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1132/2552
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องไปแล้ว ย่อมระงับสิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดเดียวกันนั้นอีก แม้โจทก์จะต่างกันก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์คดีนี้กับโจทก์คดีก่อนของศาลชั้นต้น ต่างเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ม. และต่างฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดอันเดียวกัน ซึ่งคดีก่อนศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องไปแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) แม้ว่าโจทก์คดีนี้จะเป็นคนละคนกับโจทก์คดีก่อนและฟ้องคดีนี้ไว้ก่อนก็ตาม มิฉะนั้น ก็จะกลายเป็นว่าจำเลยทั้งสองถูกดำเนินคดีในการกระทำความผิดอันเดียวกันซ้ำสองอีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 90, 91, 264, 265, 266, 267, 268 พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ.2499 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 มาตรา 3 (10)
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267, 83 ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี ปรับคนละ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาว่าบริษัทพารากอน เทเลคอมมิวนิเคชั่น ซิสเต็ม จำกัด ในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทเมอคิวรี เทเลโฟน จำกัด เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดอันเดียวกันกับคดีนี้ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6501/2543 ของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นไต่สวมมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีถึงที่สุด โจทก์คดีนี้ในฐานะผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของบริษัทเมอคิวรี เทเลโฟน จำกัด ฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดอันเดียวกันกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6501/2543 ของศาลชั้นต้น มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า สิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสองระงับไปหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาข้อแรกว่า โจทก์คดีนี้กับโจทก์ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6501/2543 ของศาลชั้นต้น เป็นโจทก์คนละคนกัน ทั้งโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ก่อนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6501/2543 ประมาณ 6 เดือน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6501/2543 ของศาลชั้นต้น เห็นว่า โจทก์คดีนี้กับโจทก์ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6501/2543 ของศาลชั้นต้นต่างเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเมอคิวรี เทเลโฟน จำกัด และต่างฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดอันเดียวกัน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องไปแล้วตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6501/2543 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) แม้ว่า โจทก์คดีนี้จะเป็นคนละคนกับโจทก์คดีดังกล่าว และฟ้องคดีนี้ไว้ก่อนก็ตามมิฉะนั้น ก็จะกลายเป็นว่าจำเลยทั้งสองถูกดำเนินคดีในการกระทำความผิดอันเดียวกันซ้ำสองอีก ดังนั้น จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1132/2552
นายสันติ แหลมม่วง โจทก์
นายธวัชชัย เลื่อนฉวี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสันติ แหลมม่วง · จำเลย - นายธวัชชัย เลื่อนฉวี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · วิรัช ชินวินิจกุล |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ