⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9388/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9388/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น ถือเป็นที่สุดตามกฎหมาย และต้องห้ามมิให้ฎีกา

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งข้างต้น เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 9 จึงเป็นที่สุดตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ต้องห้ามมิให้ฎีกาที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยต่อมาจึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.236

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์จำนวน 467,599.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14.25 ต่อปี ของต้นเงิน 300,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระคืนแก่โจทก์ โดยกำหนดชำระคืนรวม 12 งวด งวดละอย่างน้อย 5,000 บาท หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับจำนองที่ดิน น.ส. 3 ก. เลขที่ 1390 ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดในวันที่ 1 มีนาคม 2548 ในราคา 440,000 บาท จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดไปในราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้ใช้ดุลพินิจและความละเอียดรอบคอบเท่าที่ควร ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย และการกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นการดำเนินการไปโดยไม่สุจริตหรือด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดและให้มีการขายทอดตลาดใหม่ ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินแปลงพิพาทในราคาพอสมควรแล้ว ผู้ซื้อทรัพย์เข้าประมูลซื้อทรัพย์โดยสุจริตและเปิดเผยโดยไม่มีการคบคิดกันฉ้อฉลกับโจทก์หรือผู้แทนโจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์แต่อย่างใด การที่จำเลยมายื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดเป็นการประวิงคดีให้ล่าช้า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์จำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมด จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งข้างต้นเท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 9 จึงเป็นที่สุดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยต่อมา จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9388/2552 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โจทก์ ดาบตำรวจธีรวุฒิ พานิช ผู้ซื้อทรัพย์ นายนิเวศน์ ชายทุ่ย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร · ผู้ซื้อทรัพย์ - ดาบตำรวจธีรวุฒิ พานิช · จำเลย - นายนิเวศน์ ชายทุ่ย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · สถิตย์ ทาวุฒิ · พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6602/2541ฎีกา 432/2503ฎีกา 8277/2551ฎีกา 3190/2530ฎีกา 9276/2542ฎีกา 16/2497ฎีกา 9407/2546ฎีกา 5187/2548ฎีกา 8584/2553ฎีกา 1404/2498ฎีกา 5503/2536ฎีกา 42/2509ฎีกา 4659/2552ฎีกา 10431/2550ฎีกา 432/2542ฎีกา 3666/2540ฎีกา 2197/2548ฎีกา 657-660/2510ฎีกา 628/2532ฎีกา 170/2504ฎีกา 2405/2533ฎีกา 1582/2556ฎีกา 6260/2541ฎีกา 6582/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ