⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10392/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10392/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างนำรถยนต์ของนายจ้างไปใช้เพื่อประโยชน์ของนายจ้างเอง แม้จะเป็นการนำรถไปเก็บไว้ที่พักของลูกจ้างหลังเลิกงาน ก็ถือว่าเป็นการกระทำไปในทางการที่จ้าง และนายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างก่อขึ้นจากการใช้นั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกไม้ยางให้แก่จำเลยที่ 2 หลังเลิกงานจำเลยที่ 2 ยินยอมให้ลูกจ้างนำรถไปเก็บไว้เอง เพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษารถและนำรถกลับมาบรรทุกไม้ยางให้จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 ไม่ต้องไปส่งลูกจ้าง การที่จำเลยที่ 1 ขับรถไปในเวลากลางคืนในขณะเกิดเหตุซึ่งเป็นเวลาหลังเลิกงานด้วยความยินยอมของจำเลยที่ 2 และเพื่อนำไปเก็บไว้ยังที่พักของจำเลยที่ 1 เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 เพื่อประโยชน์ของนายจ้างเองที่จะนำรถกลับมาใช้งานให้จำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถชนผู้ตายและบุตรระหว่างขับรถกลับบ้าน ถือว่าเป็นการขับรถไปในทางการที่จ้าง จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดในเหตุละเมิดกับจำเลยที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าสินไหมทดแทน 630,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 405,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 12 กรกฎาคม 2542) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 15,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ 1 ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 405,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีแก่โจทก์ด้วย ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์เท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท และให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของนางแวนูรีซัมและเป็นบิดาของเด็กชายอาเดลย์ ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกหกล้อหมายเลขทะเบียน 80 - 1937 ปัตตานี ซึ่งเป็นของจำเลยที่ 2 ไปด้วยความประมาทแล้วเฉี่ยวชนนางแวนูรีซัมจนถึงแก่ความตายและเด็กชายอาเดลย์ได้รับอันตรายสาหัสคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดในเหตุละเมิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาอ้างว่าจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้าง จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกไม้ยางให้จำเลยที่ 2 เป็นประจำแล้ว ยังได้ความจากคำเบิกความของนายกอเดร์ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 จะให้ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 นำรถยนต์ไปเก็บไว้เองเพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษารถและนำรถกลับมาบรรทุกไม้ยางให้จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 ไม่ต้องไปส่งลูกจ้าง แสดงว่าหลังเลิกงานแล้ว จำเลยที่ 2 ยินยอมให้ลูกจ้างนำรถยนต์ไปเก็บไว้เองได้ ดังนั้น เมื่อฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 การที่จำเลยที่ 1 ขับรถไปในเวลากลางคืนในขณะเกิดเหตุซึ่งเป็นเวลาหลังเลิกงานจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ขับรถไปในขณะเกิดเหตุด้วยความยินยอมของจำเลยที่ 2 และเพื่อนำไปเก็บไว้ยังที่พักของจำเลยที่ 1 อันเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ผู้เป็นนายจ้างเพื่อประโยชน์ของนายจ้างเองที่จะนำรถกลับมาใช้งานให้จำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 1 ลูกจ้างขับรถชนผู้ตายและบุตรระหว่างขับรถยนต์กลับบ้านถือว่าเป็นการขับรถไปในทางการที่จ้าง จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดในเหตุละเมิดกับจำเลยที่ 1 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10392/2553 นายเกษม เจ๊ะอูเซ็ง โจทก์ นายบูรวิทย์ พลอยเลิศ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเกษม เจ๊ะอูเซ็ง · จำเลย - นายบูรวิทย์ พลอยเลิศ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ ทาวุฒิ · สมชาย สินเกษม · ปริญญา ดีผดุง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายคมสัณห์ รางชางกูร · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสมเกียรติ ตั้งสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1655/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 1087/2517ฎีกา 5712/2533ฎีกา 3208/2528ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2424-2426/2520ฎีกา 2501/2526ฎีกา 2399/2523ฎีกา 717/2536ฎีกา 1133/2522ฎีกา 2951/2537ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2438/2535ฎีกา 1172/2514ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 545/2503ฎีกา 801/2521ฎีกา 2499/2524ฎีกา 1211/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา