⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 15232/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15232/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีโดยนำความเท็จมากล่าวอ้าง ทำให้โจทก์เสียหาย ถือเป็นความผิดที่เกิดขึ้นทันทีที่ฟ้อง และการถอนฟ้องคดีดังกล่าวโดยจำเลยก่อนมีคำพิพากษา ถือเป็นการลุแก่โทษต่อศาล และสมควรได้รับการบรรเทาโทษตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยเอาความเท็จมาฟ้องโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหาย และความผิดของจำเลยย่อมเกิดขึ้นทันทีที่จำเลยฟ้องคดี แม้จำเลยที่ 2 ในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์จะให้การรับสารภาพ ก็หาใช่ว่าโจทก์มีส่วนมีร่วมรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 อันมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่ ส่วน ป.อ. มาตรา 176 บัญญัติว่า "ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 175 แล้วลุแก่โทษต่อศาล และขอถอนฟ้องหรือแก้ฟ้องก่อนมีคำพิพากษา ให้ศาลลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้หรือศาลจะไม่ลงโทษเลยก็ได้" บทบัญญัติดังกล่าวเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการบรรเทาโทษให้แก่ผู้กระทำความผิด ดังนี้ เมื่อจำเลยถอนฟ้องในคดีอาญาที่เอาความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์ก่อนมีคำพิพากษา ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้ลุแก่โทษต่อศาลแล้ว ควรได้รับการบรรเทาโทษตามบทบัญญัตินั้นทั้งกฎหมายหาได้บัญญัติว่าจำเลยต้องให้การรับสารภาพจึงจะได้รับการบรรเทาโทษ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.175 ประมวลกฎหมายอาญา ม.176

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 จำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยประการแรกว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายหรือไม่ โดยจำเลยอ้างว่า จำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1766/2548 ของศาลชั้นต้น ให้การรับสารภาพมีผลเท่ากับว่าโจทก์มีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดตามที่จำเลยได้ยื่นฟ้องไว้ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) เห็นว่า เมื่อจำเลยเอาความเท็จมาฟ้องคดีโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายและความผิดของจำเลยย่อมเกิดขึ้นทันทีที่จำเลยฟ้องคดี แม้จำเลยที่ 2 ในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์จะให้การรับสารภาพ ก็หาใช่ว่าโจทก์มีส่วนร่วมรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 อันมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยดังข้อฎีกาของจำเลยไม่ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยประการสุดท้ายว่า การที่จำเลยถอนฟ้องในคดีอาญาที่เอาความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 176 หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 176 บัญญัติว่า "ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 175 แล้วลุแก่โทษต่อศาล และขอถอนฟ้องหรือแก้ฟ้องก่อนมีคำพิพากษา ให้ศาลลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้หรือศาลจะไม่ลงโทษเลยก็ได้" บทบัญญัติดังกล่าวเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการบรรเทาโทษให้แก่ผู้กระทำความผิด ดังนี้ เมื่อจำเลยถอนฟ้องในคดีอาญาที่เอาความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์ก่อนมีคำพิพากษาย่อมถือได้ว่าจำเลยได้ลุแก่โทษต่อศาลแล้ว ควรได้รับการบรรเทาโทษตามบทบัญญัตินั้น ทั้งกฎหมายหาได้บัญญัติว่าจำเลยต้องให้การรับสารภาพจึงจะได้รับการบรรเทาโทษ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15232/2553 นางพัชรินทร์ พิมพ์ปรุ โจทก์ นายตั้ง หัตถกรรม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพัชรินทร์ พิมพ์ปรุ · จำเลย - นายตั้ง หัตถกรรม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพันธ์ ทรัพย์แสง · ไมตรี ศรีอรุณ · ชำนาญ รวิวรรณพงษ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3014/2531ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526ฎีกา 584/2519ฎีกา 4018/2542ฎีกา 214/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ