⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 161/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ยั่วยุและกระตุ้นให้บุคคลอื่นใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย ถือเป็นการร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยด่าผู้เสียหายโดยถือมีดและจอบไปด้วย อันมีลักษณะท้าทายพร้อมจะทำร้ายผู้เสียหาย การที่จำเลยตะโกนบอกให้ ส. กับ ร. ไปเอาอาวุธปืนมา แม้ ส. ใช้อาวุธปืนลูกโม่กับอาวุธปืนแก๊ปยาวยิงผู้เสียหายในทันทีภายหลังจากที่จำเลยบอกให้ไปเอาอาวุธปืน และเป็นการยิงขณะที่จำเลยด่าท้าทายผู้เสียหาย เมื่อ ส. ยิงผู้เสียหายจำเลยก็หลบหนีไปพร้อมกับ ส. ด้วย พฤติการณ์ที่แสดงถึงอาการยั่วยุและบอกให้ ส. ไปเอาอาวุธปืนมาเป็นการกระตุ้นให้ ส. ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย ภาษากายที่จำเลยแสดงออกส่อเจตนาว่าจำเลยร่วมเป็นตัวการใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย การที่ ส. ใช้ปืนเป็นอาวุธร้ายแรงยิงผู้เสียหายขณะก้มพาบุตรเข้าบ้านอันมีโอกาสเลือกยิง ทั้งกระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่มุมปากและคอซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ แสดงถึงเจตนาจะฆ่าผู้เสียหายให้ตายแม้จะรักษาตัวเพียง 15 วัน ก็หายเป็นบาดแผลไม่รุนแรงแสดงว่ากระสุนปืนมีกำลังอ่อนก็ตาม แต่ยังปรากฏว่า ส. ได้ยิงผู้เสียหายอีก 2 นัด แต่กระสุนปืนไม่ลั่นซึ่งกระสุนปืนอาจลั่นอาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371, 80, 83, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 371, 91, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง, 8 ทวิ เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 12 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองเป็นกรรมเดียวผิดต่อกกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 13 ปี 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ว่า ในวันที่ 21 ตุลาคม 2544 เวลา 10 นาฬิกา ขณะผู้เสียหายอยู่กับบุตรอายุ 2 ปี บนบ้านได้ยินเสียงจำเลยตะโกนด่า จากนั้นจำเลยเดินถือจอบและมีดเดินมาที่บ้านผู้เสียหายพร้อมกับนายสมพงษ์ และนายสำเริง จำเลยตะโกนบอกให้นายสมพงษ์และนายสำเริงไปเอาปืนมา จำเลยเดินไปด่าและเรียกผู้เสียหายให้ลงมาจากบ้าน แต่ผู้เสียหายไม่ลง ต่อมานายสมพงษ์ถืออาวุธปืนลูกโม่ ส่วนนายสำเริงถืออาวุธปืนแก๊ปยาววิ่งมา นายสมพงษ์ใช้อาวุธปืนลูกโม่ยิงผู้เสียหาย 2 นัด แต่กระสุนปืนไม่ลั่น นายสมพงษ์จึงเอาอาวุธปืนแก๊ปยาวจากนายสำเริงยิงผู้เสียหาย 1 นัด ได้รับอันตรายแก่กาย บาดแผลมีทั้งที่มุมปากขวา ใต้หุขวา ลำคอใกล้ไหล่ขวาและต้นแขนขวา จากนั้นจำเลยกับนายสมพงษ์และนายสำเริงหลบหนีไป ต่อมาวันที่ 28 พฤษภาคม 2545 เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยมีความผิดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า จำเลยพบว่าหลุมที่จำเลยขุดมีอุจจาระอยู่จำเลยเชื่อว่าผู้เสียหายถ่ายอุจจาระไว้ในหลุม ได้ไปด่าผู้เสียหายโดยจำเลยถือมีดและจอบไปด้วย อันมีลักษณะท้าทายพร้อมจะทำร้ายผู้เสียหาย การที่จำเลยตะโกนบอกให้นายสมพงษ์กับนายสำเริงไปเอาอาวุธปืนมา แม้นายสมพงษ์ใช้อาวุธปืนลูกโม่กับอาวุธปืนแก๊ปยาวยิงผู้เสียหายในทันทีภายหลังจากที่จำเลยบอกให้ไปเอาอาวุธปืน และเป็นการยิงขณะที่จำเลยด่าท้าทายผู้เสียหาย โดยจำเลยมีจอบและมีดแสดงว่ามีอาวุธพร้อมที่จะทำร้ายผู้เสียหายในทันทีขณะนั้น เมื่อนายสมพงษ์ยิงผู้เสียหาย จำเลยก็หลบหนีไปพร้อมกับนายสมพงษ์ พฤติการณ์ที่แสดงถึงอาการยั่วยุและบอกให้นายสมพงษ์ไปเอาอาวุธปืนมาเป็นการกระตุ้นให้นายสมพงษ์ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย ภาษากายที่จำเลยแสดงออกส่อเจตนาว่าจำเลยร่วมเป็นตัวการใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย การที่นายสมพงษ์ใช้ปืนเป็นอาวุธร้ายแรงยิงผู้เสียหายขณะก้มพาบุตรเข้าบ้านอันมีโอกาสเลือกยิง ทั้งกระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่อวัยวะสำคัญไม่ว่ามุมปาก ใกล้ไหล่ขวา ลำคอและที่อื่น ๆ แสดงถึงเจตนาจะฆ่าผู้เสียหายให้ตาย แม้การที่นายสมพงษ์ใช้อาวุธแก๊ปยาวยิงผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายหลายแห่งแต่รักษาตัวเพียง 15 วัน ก็หายเป็นบาดแผลไม่รุนแรงแสดงว่ากระสุนปืนมีกำลังอ่อนก็ตาม แต่ก็ได้ความว่านายสมพงษ์ได้ใช้อาวุธปืนลูกโม่ยิงผู้เสียหายจำนวน 2 นัดด้วย แต่กระสุนปืนไม่ลั่น ซึ่งกระสุนปืนอาจลั่นออกทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นตัวการร่วมกับนายสมพงษ์กระทำความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า ลำพังจำเลยบอกนายสมพงษ์ให้ไปเอาอาวุธปืนมา เป็นเรื่องที่นายสมพงษ์จะตัดสินใจเองว่าจะเอาอาวุธปืนมาหรือไม่แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น อย่างไรก็ดีที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยร่วมกับผู้อื่นมีและพาอาวุธปืนไม่มีทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับและลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง, 8 ทวิ แต่จากทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธปืนที่ไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีได้ตามกฎหมายหรือไม่ กรณีจึงต้องฟังเป็นคุณแก่จำเลยว่า เป็นอาวุธปืนของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 7, 72 วรรคสาม เท่านั้น ที่โจทก์ขอให้ลงโทษฐานร่วมกันมีและพาอาวุธปืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงหาอาจลงโทษให้ได้ไม่ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 371, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่า จำคุก 10 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืน เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมเป็นจำคุก 10 ปี 12 เดือน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2553 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสีคิ้ว โจทก์ นายสำรวย เปผักแว่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสีคิ้ว · จำเลย - นายสำรวย เปผักแว่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นพพร โพธิรังสิยากร · ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว · สุทธิโชค เทพไตรรัตน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 3578/2531ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1386/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ