⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 452/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บิดามารดาที่มิได้สมรสกันได้สมรสกันในภายหลัง หรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรเท่านั้น จึงจะทำให้เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย การให้ใช้ชื่อสกุลและการอุปการะเลี้ยงดูมิใช่เหตุที่จะทำให้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

ป.พ.พ. มาตรา 1547 บัญญัติไว้ว่า เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลังหรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร การที่จำเลยให้ผู้เยาว์ใช้ชื่อสกุลของจำเลย และอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์อย่างบิดากับบุตรไม่ใช่เหตุที่จะทำให้ผู้เยาว์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยได้ จำเลยจึงไม่มีอำนาจปกครองผู้เยาว์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1547

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยอยู่กินฉันสามีภริยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสและมีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ เด็กหญิงจิตตินีหรืออนัญพร อายุ 1 ปี 11 เดือน ระหว่างอยู่กินเป็นสามีภริยากัน จำเลยได้ทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงโดยจำเลยได้ทุบตีทำร้ายร่างกายโจทก์หลายครั้ง หลังจากนั้นโจทก์และจำเลยได้ตกลงแยกกันอยู่และไม่ประสงค์ที่จะอยู่กินฉันสามีภริยากันอีกต่อไป แต่จำเลยได้เอาตัวบุตรผู้เยาว์ไปจากความปกครองของโจทก์โดยปราศจากความยินยอมของโจทก์ และจำเลยได้นำบุตรผู้เยาว์ไปหลบซ่อนอยู่ที่อื่นไม่ให้โจทก์ได้พบหน้า ขอให้บังคับจำเลยนำบุตรผู้เยาว์มามอบคืนให้แก่โจทก์และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับบุตรผู้เยาว์อีกต่อไป จำเลยให้การว่า โจทก์และจำเลยจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2544 ต่อมาโจทก์และจำเลยได้จดทะเบียนหย่ากันเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2546 แต่ก็กลับมาอยู่กินฉันสามีภริยากันอีกโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน และมีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ เด็กหญิงจิตตินี ผู้เยาว์ จำเลยซึ่งเป็นบิดาได้ให้การรับรองว่าผู้เยาว์เป็นบุตรโดยให้บุตรผู้เยาว์ใช้ชื่อสกุลของจำเลยนับตั้งแต่แจ้งเกิดจนถึงปัจจุบัน โจทก์มีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นมารดา เพราะไม่เคยอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ จำเลยเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์แต่เพียงผู้เดียวโดยไม่เคยกีดกันโจทก์มิให้พบบุตรแต่ประการใด แต่โจทก์เองไม่เคยมารับบุตรผู้เยาว์ไปดูแล ความจริงแล้วโจทก์ไม่ได้นำบุตรผู้เยาว์ไปเลี้ยงดูด้วยตนเองแต่นำไปให้ญาติพี่น้องของโจทก์ซึ่งอยู่ต่างจังหวัดเลี้ยงดู โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อต้องการกลั่นแกล้งจำเลยเพราะไม่ต้องการให้จำเลยได้เห็นหน้าบุตรผู้เยาว์ จำเลยมีอาชีพมีรายได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ 50,000 บาท สามารถให้การอุปการะเลี้ยงดู การศึกษา และให้ความรักความอบอุ่นแก่บุตรผู้เยาว์ได้เป็นอย่างดี ขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงมีคำสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยส่งมอบเด็กหญิงจิตตินีหรืออนัญพร บุตรผู้เยาว์คืนให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ยุติว่า เด็กหญิงจิตตินีหรืออนัญพรผู้เยาว์ เกิดจากโจทก์ในระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส และต่อมาไม่ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยได้จดทะเบียนสมรสกันหรือจำเลยได้จดทะเบียนว่าผู้เยาว์เป็นบุตรหรือมีคำพิพากษาของศาลว่าผู้เยาว์เป็นบุตรของจำเลย ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีตามที่จำเลยฎีกาเพียงว่า การที่จำเลยมีพฤติการณ์รับรองว่าผู้เยาว์เป็นบุตร เช่น การให้ผู้เยาว์ใช้ชื่อสกุลของจำเลย และการที่จำเลยอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์อย่างบิดากับบุตรมาตลอด ถือได้ว่าจำเลยเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้เยาว์แล้วหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1547 บัญญัติไว้ว่า เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลังหรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร ดังนี้พฤติการณ์รับรองว่าผู้เยาว์เป็นบุตร เช่น การให้ผู้เยาว์ใช้ชื่อสกุลของจำเลย และการที่จำเลยอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์อย่างบิดากับบุตร จึงไม่ใช่เหตุที่กฎหมายรับรองทำให้ผู้เยาว์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยได้ จำเลยจึงไม่ใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้เยาว์ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีอำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ตามกฎหมาย จำเลยจึงต้องคืนผู้เยาว์แก่โจทก์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2553 นางอนัตตา สุขหนา โจทก์ นายจรูญศักดิ์ โดยกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอนัตตา สุขหนา · จำเลย - นายจรูญศักดิ์ โดยกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิศาล อัยยะวรากูล · นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 506/2534ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3120/2528ฎีกา 1594/2534ฎีกา 6306/2545ฎีกา 560/2543ฎีกา 5660/2559ฎีกา 2081-2087/2514ฎีกา 3273/2536ฎีกา 1998/2519ฎีกา 3019/2541ฎีกา 6434/2534ฎีกา 4105/2554ฎีกา 3670/2529ฎีกา 3772/2565ฎีกา 547/2548ฎีกา 7228/2537ฎีกา 1686/2506ฎีกา 10220/2551ฎีกา 6380/2537ฎีกา 6981/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา