⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3019/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3019/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับรองบุตรโดยพฤตินัย ไม่ทำให้บุตรนั้นเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย หากบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันภายหลัง หรือไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร หรือศาลยังไม่ได้พิพากษาว่าเป็นบุตร.

ย่อคำพิพากษา

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1547 โจทก์จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของจำเลยต่อเมื่อจำเลยและมารดาโจทก์ได้สมรสกันในภายหลัง หรือจำเลยได้จดทะเบียนว่าโจทก์เป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร แม้โจทก์เป็นบุตรที่จำเลยรับรองแล้ว แต่จำเลยและมารดาโจทก์มิได้จดทะเบียนสมรสกัน โจทก์จึงเป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลย และตามมาตรา 1562 ที่ห้ามฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญานั้น เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิจึงต้องตีความโดยเคร่งครัด ซึ่งต้องหมายความว่าห้ามเฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายฟ้องบุพการีของตนเท่านั้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1547 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1562

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยดำเนินการแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 1321 ตำบลพลอยแหวน อำเภอพลอยแหวน (ท่าใหม่) จังหวัดจันทบุรี เนื้อที่ 3 ไร่ 2 ตารางวา จำนวนครึ่งหนึ่งให้แก่โจทก์ หากแบ่งทรัพย์ไม่ได้ให้ประมูลหรือขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นบิดาโจทก์ โจทก์จึงต้องห้ามตามกฎหมายมิให้ฟ้องจำเลยเพราะเป็นคดีอุทลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังว่า โจทก์เป็นบุตรจำเลย จำเลยและมารดาโจทก์มิได้จดทะเบียนสมรสกัน จำเลยให้โจทก์ใช้นามสกุลจำเลย และบุคคลทั่วไปทราบว่าโจทก์เป็นบุตรจำเลย มีปัญหาข้อกฎหมายวินิจฉัยตามอุทธรณ์โจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์เป็นบุตรที่จำเลยรับรองแล้วก็ตาม แต่จำเลยและมารดาโจทก์มิได้จดทะเบียนสมรสกัน โจทก์จึงเป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลย เพราะโจทก์จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของจำเลยต่อเมื่อจำเลยและมารดาโจทก์ได้สมรสกันในภายหลัง หรือจำเลยได้จดทะเบียนว่าโจทก์เป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร ตามที่ ป.พ.พ. มาตรา 1547 บัญญัติไว้เท่านั้น ซึ่งไม่ปรากฏว่าได้มีการดำเนินการตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว และตามมาตรา 1562 ที่ห้ามฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา นั้น เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิ จึงต้องตีความโดยเคร่งครัด ซึ่งต้องหมายความว่า ห้ามเฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายฟ้องบุพการีของตนเท่านั้น เมื่อโจทก์มิใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลย โจทก์จึงไม่ต้องห้ามมิให้ฟ้องจำเลยตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ค่าขึ้นศาลที่ชำระเกินมาในชั้นฎีกาให้คืนแก่โจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3019/2541 นางสาวจิตติมา ประมวลรัตน์ โจทก์ นายสำราญ ประมวลรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวจิตติมา ประมวลรัตน์ · จำเลย - นายสำราญ ประมวลรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กู้เกียรติ สุนทรบุระ · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · วินัส เรืองอำพัน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายบดินทร์ ตรีรานุรัตน์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 15067/2555ฎีกา 506/2534ฎีกา 1959/2529ฎีกา 452/2553ฎีกา 1649/2534ฎีกา 823/2550ฎีกา 5194/2538ฎีกา 3120/2528ฎีกา 1594/2534ฎีกา 6181/2533ฎีกา 1642/2534ฎีกา 6306/2545ฎีกา 2046/2526ฎีกา 560/2543ฎีกา 4757/2533ฎีกา 1578/2558ฎีกา 5660/2559ฎีกา 2268/2533ฎีกา 2280/2539ฎีกา 2081-2087/2514ฎีกา 4687/2566ฎีกา 2697/2548ฎีกา 733/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา