คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2473
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินมีชื่อในโฉนดร่วมกัน
จำนอง
อุทลุมฟ้องขอไถ่ที่ดินที่บิดาจำนองแล้วสมยอมโอนเสีย ไม่เปนอุทลุม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์และบิดาโจทก์มีชื่อในโฉนดด้วยกันบิดาโจทก์ได้เอาไปจำนองในนามของตนเองและในฐานเปนผู้ปกครองโจทก์ไว้กับจำเลย ภายหลังบิดาโจทก์กับจำเลยทำสมยอมกันโอนที่ดินทั้งหมดให้แก่จำเลย เพื่อเกียจกันโจทก์ไม่ให้มีส่วนได้ดังนี้
โจทก์จะมีสิทธิไถ่ส่วนของโจทก์และทำลายสัญญายอมได้หรือไม่
ศาลเดิมเห็นว่าฟ้องโจทก์เปนอุทลุมตามฎีกาที่๒๓๙/๑๒๐ ให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าสัญญายอมนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายโจทก์มีสิทธิขอไถ่ส่วนของโจทก์ได้เมื่อแบ่งแยกโฉนดเพื่อไถ่ถอนไม่ตกลงกัน ให้ขายทอดตลาดใช้ต้นเงินและดอกเบี้ย เหลือเท่าใดให้โจทก์รับไป
ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องขอไถ่ส่วนของโจทก์ ไม่ได้ฟ้องบิดาโจทก์ด้วย ไม่เปนอุทลุมเมื่อบิดาโจทก์กับจำเลยทำสัญญายอมนั้น โจทก์ไม่ได้อยู่ในความปกครองของบิดาโจทก์ จึงเปนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินชอบแล้ว
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2473
นางงอก โจทก์
นายมี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางงอก · จำเลย - นายมี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิพาก · วิชัย · วิกรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา