⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4572/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4572/2553

ป.พ.พ. ม.236 · ป.วิ.แพ่ง ม.27, 177, 183 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การของจำเลยที่อ้างว่าโจทก์ร่วมทำผิดสัญญาจนเป็นเหตุให้จำเลยบอกเลิกสัญญา จะต้องระบุข้อเท็จจริงให้ชัดแจ้งว่าโจทก์ร่วมทำผิดสัญญาอย่างไร หากไม่ชัดแจ้ง ถือเป็นคำให้การที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยจะนำพยานเข้าสืบในประเด็นดังกล่าวไม่ได้ ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้เดิมได้ หากเห็นว่าไม่ถูกต้องตามที่ควรจะเป็น ข้อต่อสู้ที่ว่าหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมเกิดขึ้นโดยการสมยอมกัน และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง หากมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จะต้องห้ามมิให้ฎีกา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การว่าโจทก์ร่วมทำผิดสัญญาทำให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจึงบอกกล่าวเลิกสัญญานั้น คำให้การของจำเลยไม่มีรายละเอียดข้อเท็จจริงว่าโจทก์ร่วมทำผิดสัญญาอย่างไร เป็นคำให้การที่ไม่ชัดแจ้งไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง คดีไม่มีประเด็นเรื่องนี้ และจำเลยไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบ ที่จำเลยอ้างรายละเอียดคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาของโจทก์คำร้องดังกล่าวของโจทก์ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของคำให้การ ไม่ทำให้การจำเลยชัดแจ้งขึ้นมาได้ทั้งสำเนาเอกสารหมายเลข 3 ท้ายคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาของโจทก์นั้นลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2542 เป็นข้อต่อสู้ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว จำเลยจึงยกขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้ตาม ป.พ.พ. 236 ศาลชั้นต้นสั่งในคำคัดค้านการกำหนดประเด็นข้อพิพาทของโจทก์ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2542 ว่า รับรวม เท่ากับศาลชั้นต้นไม่เพิกถอนประเด็นข้อพิพาท ถือว่าศาลชั้นต้นได้ชี้ขาดคำคัดด้านของโจทก์ก่อนวันสืบพยานตาม ป.วิ.พ. มาตรา 183 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นโดยองค์คณะผู้พิพากษาที่ได้รับสำนวนต่อมาเห็นว่า ประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้เดิมไม่ถูกต้องศาลมีอำนาจที่จะสั่งเพิกถอนประเด็นข้อพิพาทตามที่ศาลเห็นสมควรตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ในคำพิพากษาได้ จำเลยไม่ได้ให้การในเรื่องหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์กับโจทก์ร่วมเกิดขึ้นโดยการสมยอมกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟัอง ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.236

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 2,450,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์ยื่นคำขอให้เรียกนายสมพงษ์เข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยให้การว่า ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 2,450,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 29 มกราคม 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โจทก์ร่วมถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นเรียกนางมาลีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ร่วม เข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ร่วม ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งตั้งบุคคลผู้ถูกเรียกเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 29 มกราคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า คำให้การจำเลยเกี่ยวกับมูลหนี้ระหว่างจำเลยกับโจทก์ร่วมชัดแจ้งหรือไม่ เห็นว่า ที่จำเลยให้การว่าโจทก์ร่วมทำผิดสัญญา ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจึงบอกกล่าวเลิกสัญญานั้น คำให้การของจำเลยไม่มีรายละเอียดข้อเท็จจริงว่าโจทก์ร่วมทำผิดสัญญาอย่างไร เป็นคำให้การที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง คดีไม่มีประเด็นเรื่องนี้ และจำเลยไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบ ที่จำเลยอ้างรายละเอียดคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาของโจทก์ คำร้องดังกล่าวของโจทก์ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของคำให้การ ไม่ทำให้คำให้การจำเลยชัดแจ้งขึ้นมาได้ ทั้งสำเนาเอกสารหมายเลข 3 ท้ายคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาของโจทก์นั้น ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2542 เป็นข้อต่อสู้ซึ่งเกิดขึ้น เมื่อยื่นฟ้องวันที่ 29 มกราคม 2542 แล้ว จำเลยจึงยกขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้ตามประมวลแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 236 ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น จำเลยฎีกาประการต่อมาว่า ศาลชั้นต้นไม่ได้ชี้ขาดคำคัดค้านการกำหนดประเด็นข้อพิพาทของโจทก์ก่อนวันสืบพยาน แต่เพิกถอนประเด็นข้อพิพาทในคำพิพากษาไม่ชอบ เห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งในคำคัดค้านการกำหนดประเด็นข้อพิพาทของโจทก์ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2542 ว่า รับรวม เท่ากับศาลชั้นต้นไม่เพิกถอนประเด็นข้อพิพาท ถือว่าศาลชั้นต้นได้ชี้ขาดคำคัดค้านของโจทก์ก่อนวันสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นโดยองค์คณะผู้พิพากษาที่ได้รับสำนวนต่อมาเห็นว่า ประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้เดิมไม่ถูกต้อง ศาลมีอำนาจที่จะสั่งเพิกถอนประเด็นข้อพิพาทตามที่ศาลเห็นสมควรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ในคำพิพากษาได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น จำเลยฎีกาประการสุดท้ายว่า หนี้ตามคำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์กับโจทก์ร่วมเกิดขึ้นโดยการสมยอมกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า จำเลยไม่ได้ให้การในเรื่องดังกล่าวไว้ ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน โจทก์และโจทก์ร่วมไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4572/2553 นายสนิท ทุ่งทองคำ โจทก์ นายสมพงษ์ นพฤทธิ์ โดยนางมาลี นพฤทธิ์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ร่วม บริษัท ส. กนกวรรณอุตสาหกรรม จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสนิท ทุ่งทองคำ · โจทก์ร่วม - นายสมพงษ์ นพฤทธิ์ โดยนางมาลี นพฤทธิ์ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · จำเลย - บริษัท ส. กนกวรรณอุตสาหกรรม จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรพันธุ์ ละอองมณี · สุรศักดิ์ สุวรรณประกร · ชำนาญ รวิวรรณพงษ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 21848/2555ฎีกา 770/2535ฎีกา 5473/2548ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3231/2557ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1079/2497ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6321/2544ฎีกา 72/2505ฎีกา 4432/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ