⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6576/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6576/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป และคำขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามคดีอาญาจะตกไปด้วย

ย่อคำพิพากษา

ในคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา แม้ผู้เสียหายจะเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการและยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 ก็ตาม เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์และโจทก์ร่วมย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) และคำขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนย่อมตกไปด้วย จึงต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 279, 283 ทวิ, 317 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นาง พ. ผู้เสียหายที่ 2 ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิง ก. ผู้เสียหายที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต และโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายทั้งสอง เป็นเงินคนละ 15,000 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก, 283 ทวิ วรรคสอง, 317 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กหญิงนั้นยินยอม และฐานพาเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารโดยเด็กหญิงนั้นยินยอม เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กหญิงนั้นยินยอม ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 7 ปี กับให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายทั้งสองเป็นเงิน 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันมีคำพิพากษาเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำแถลงว่าจำเลยถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2553 ปรากฏตามใบมรณะบัตรท้ายคำแถลง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) และคำขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนย่อมตกไปด้วย จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6576/2553 พนักงานอัยการจังหวัดปากพนัง โจทก์ นาง พ. ในฐานะส่วนตัวและ ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิง ก. โจทก์ร่วม พระสุชิน คำสอนหรือนายสุชิน คำสอน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปากพนัง · โจทก์ร่วม - นาง พ. ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิง ก. · จำเลย - พระสุชิน คำสอนหรือนายสุชิน คำสอน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันวะสา บัวทอง · นวลน้อย ผลทวี · พิศล พิรุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปากพนัง - นายชัยศักดิ์ คงฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายทวี ประจวบลาภ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1490/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา