⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9213/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9213/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลปรับเปลี่ยนฐานความผิดตามข้อเท็จจริงที่ได้ความมาเป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ร่วมย่อมถอนคำร้องทุกข์และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปได้.

ย่อคำพิพากษา

แม้ความผิดที่โจทก์ฟ้องคือความผิดฐานปลอมเอกสารและลักทรัพย์จะเป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน แต่เมื่อศาลพิจารณาแล้วได้ความว่าข้อเท็จจริงคดีนี้เป็นความผิดฐานยักยอกและศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสาม ก็ต้องถือว่าคดีนี้เป็นความผิดฐานยักยอกอันเป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ร่วมย่อมถอนคำร้องทุกข์ในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดได้ เมื่อจำเลยไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้โจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 334 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 245,000 บาท แก่ผู้เสียหายและริบของกลาง จำเลยให้ปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางอรวรรณ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 30 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 20 เดือน ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 245,000 บาท แก่โจทก์ร่วม และให้คืนของกลางแก่เจ้าของ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ร่วมแถลงขอถอนคำร้องทุกข์โจทก์และจำเลยไม่คัดค้าน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ความผิดที่โจทก์ฟ้องคือความผิดฐานปลอมเอกสารและลักทรัพย์จะเป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน แต่เมื่อศาลพิจารณาแล้วได้ความว่าข้อเท็จจริงคดีนี้เป็นความผิดฐานยักยอก และศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม ก็ต้องถือว่าคดีนี้เป็นความผิดฐานยักยอกอันเป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ร่วมย่อมถอนคำร้องทุกข์ในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดได้ เมื่อจำเลยไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้โจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9213/2553 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางอรวรรณ ต่อพันธ์ โฮริ โจทก์ร่วม นายพรชัย โชคชัชวาล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - นางอรวรรณ ต่อพันธ์ โฮริ · จำเลย - นายพรชัย โชคชัชวาล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ · พินิจ สุเสารัจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายคนึง คงบริรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอดิเทพ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.933/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1948/2542ฎีกา 2819/2535ฎีกา 8431/2547ฎีกา 809/2568ฎีกา 233/2544ฎีกา 14257/2555ฎีกา 905/2500ฎีกา 1184/2505ฎีกา 2730/2532ฎีกา 3630/2532ฎีกา 251/2482ฎีกา 996/2518ฎีกา 969/2481ฎีกา 9425/2559ฎีกา 123/2484ฎีกา 1731/2522ฎีกา 1201/2529ฎีกา 45/2535ฎีกา 2196/2566ฎีกา 1642-1643/2497ฎีกา 144/2485ฎีกา 630/2529ฎีกา 182/2485ฎีกา 3854/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา