⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9423-9424/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9423-9424/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ถือว่ากรรมการผู้นั้นเป็นตัวการร่วมกับบริษัทในการออกเช็ค และต้องรับผิดทางอาญาในฐานะส่วนตัวได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจะลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทในฐานะส่วนตัวหรือกระทำการแทนบริษัทจำเลยก็ต้องมีความรับผิดทางอาญาเช่นเดียวกัน เนื่องจากการดำเนินกิจการของบริษัทย่อมแสดงออกโดยทางผู้แทนทั้งหลายของบริษัท เมื่อจำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทและประทับตราสำคัญของบริษัทโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คอันเป็นความผิดตามฟ้อง ย่อมถือว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกับบริษัทออกเช็คพิพาท โจทก์จึงฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวได้โดยไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่าจำเลยกับบริษัทร่วมกันกระทำผิด และกรณีเช่นนี้ถือไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญเนื่องจากมิได้ส่งผลให้ผู้แทนหรือนิติบุคคลพ้นจากความรับผิดทางอาญา ทั้งจำเลยก็มิได้หลงต่อสู้ด้วย จึงไม่มีเหตุที่ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 กับนับโทษในคดีทั้งสองสำนวนติดต่อกัน จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 เดือน การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำหลายกรรมหลายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก 15 เดือน (ที่ถูก จำเลยกระทำผิด 5 กระทง รวมจำคุก 15 เดือน) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องทั้งสองสำนวน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทคลีนเอิรธ์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2538 บริษัทคลีนเอิรธ์ (ประเทศไทย) จำกัด ทำสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 2223 ตำบลคลองกุ่ม อำเภอบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 17 ตารางวา พร้อมบ้านจากนางโสภาผู้เสียหาย ในราคา 1,250,000 บาท บริบัทดังกล่าวออกเช็คจำนวน 8 ฉบับให้ผู้เสียหายเพื่อชำระค่าที่ดินและบ้านโดยมีจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายและประทับตราสำคัญของบริษัท ผู้เสียหายได้รับเงินตามเช็คฉบับแรกจำนวน 200,000 บาทแล้วส่วนเช็คที่เหลือ 7 ฉบับ ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งหมด เช็คพิพาท 5 ฉบับ เป็นส่วนหนึ่งของเช็คที่บริษัทสั่งจ่ายชำระค่าที่ดินและบ้านให้ผู้เสียหาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำนักราชดำเนินรวม 5 ฉบับ มอบให้ผู้เสียหายเพื่อชำระค่าซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อันเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวระบุว่าจำเลยออกเช็คชำระหนี้แก่ผู้เสียหายเป็นการส่วนตัว มิใช่กระทำการแทนนิติบุคคล แต่ข้อเท็จจริงจากทางนำสืบของโจทก์กลับปรากฏว่าเช็คดังกล่าวเป็นเช็คส่วนหนึ่งที่บริษัทคลีนเอิรธ์ (ประเทศไทย) จำกัด สั่งจ่ายเพื่อชำระราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้เสียหาย โดยจำเลยซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทลงลายมือชื่อในเช็คพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท คำฟ้องโจทก์มิได้บรรยายให้จำเลยร่วมรับผิดกับบริษัทฐานเป็นตัวการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง เห็นว่า จำเลยจะลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทในฐานะส่วนตัวหรือกระทำการแทนบริษัท จำเลยก็ต้องมีความรับผิดทางอาญาเช่นเดียวกัน เนื่องจากการดำเนินกิจการของบริษัทย่อมแสดงออกโดยทางผู้แทนทั้งหลายของบริษัท เมื่อจำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทและประทับตราสำคัญของบริษัทโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คอันเป็นความผิดตามฟ้อง ย่อมถือว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกับบริษัทออกเช็คพิพาททั้ง 5 ฉบับ โจทก์จึงฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวได้ โดยไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่าจำเลยกับบริษัทร่วมกันกระทำผิด และกรณีเช่นนี้ถือไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ เนื่องจากมิได้ส่งผลให้ผู้แทนหรือนิติบุคคลพ้นจากความรับผิดทางอาญา ทั้งจำเลยก็มิได้หลงต่อสู้ด้วยจึงไม่มีเหตุที่ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9423 - 9424/2553 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายกฤตย์ ขวัญโภคา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายกฤตย์ ขวัญโภคา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร · สิริรัตน์ จันทรา · ชาลี ทัพภวิมล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2480/2538ฎีกา 7570/2541ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 199/2537ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ